<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386</id><updated>2012-01-09T01:30:53.173-08:00</updated><category term='มาตาทัศนะ'/><category term='เลสเบี้ยน'/><category term='กุหลาบ กวี'/><category term='การเมือง'/><category term='H.I.M.'/><title type='text'>midorikwa express</title><subtitle type='html'>about me, maybe about you!!</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>40</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-4077189892254030973</id><published>2011-08-06T09:14:00.000-07:00</published><updated>2011-08-06T09:19:38.107-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='มาตาทัศนะ'/><title type='text'>ผู้หญิง กับรางวัลในโลกวรรณกรรม</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://2.bp.blogspot.com/-_SgzGSw5vro/Tj1pfcGxK1I/AAAAAAAAAUA/7no-VwY9QCA/s1600/sP1520626.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://2.bp.blogspot.com/-_SgzGSw5vro/Tj1pfcGxK1I/AAAAAAAAAUA/7no-VwY9QCA/s320/sP1520626.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5637778297379171154" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากจะบอกว่าในโลกวรรณกรรม ผู้หญิงเท่าเทียมกับผู้ชาย ก็ดูจะเป็นคำพูดที่ไม่ยอมรับความจริง ถ้าวัดกันจากรางวัลวรรณกรรม ปริมาณนักเขียนชายผู้ครอบครองรางวัลจะมากกว่านักเขียนหญิง  ไล่มาตั้งแต่ โนเบล ยัน ซีไรต์  &lt;br /&gt; ทำไมเป็นเช่นนั้น&lt;br /&gt; ถ้าจับเฉพาะวรรณกรรมไทย ข้าพเจ้ามองว่า&lt;br /&gt; อาจจะเพราะสายตาของสังคม เป็นสายตาแบบเพศชาย และเชื่อว่าการเขียนงานวรรณกรรมที่แสดงความยิ่งใหญ่ ประเด็นสำคัญท้าทาย  มองออกไปภายนอก จับต้องปัญหาใหญ่ของโลก ของสังคม หรือแม้กระทั่งโลกภายในของมนุษย์ในแบบเพศชาย อันมักเป็นความขัดแย้งของมนุษย์กับอุดมการณ์ หรือกับสังคม  มุมมองเชิงวรรณกรรมในประเภทนี้จะได้รับการยอมรับมากกว่า ในฐานะวรรณกรรมที่มีคุณค่า&lt;br /&gt; ส่วนงานเขียนบางส่วนของนักเขียนหญิง  มักมีประเด็นความเป็น “ส่วนตัว” สูง  มองโลกเข้าสู่ด้านใน ตัวตนของผู้หญิง ครอบครัว ความขัดแย้งระหว่างสถานะทางเพศกับสังคมและอุดมการณ์ และปัญหาใน ครอบครัว ซึ่งหลายคนตีความเอาว่า เป็นเรื่อง “น้ำเน่า” นำเสนอแต่เรื่องผัวๆ เมียๆ&lt;br /&gt; ที่จริงตอนนี้เริ่มมีวรรณกรรมเพศที่สามมากขึ้นแล้ว และเป็นที่จับตาของนักวรรณกรรรมไทยอยู่มาก เพียงแต่วรรณกรรมเพศที่สามนี้ ยังคงกำลังพัฒนาขั้นแรกเริ่ม และยังไม่ได้ให้ภาพในเชิงลึก หรือเพื่อการวิเคราะห์ได้มากนัก &lt;br /&gt;กลับมาเรื่องวรรณกรรมของนักเขียนหญิง กับนักเขียนชาย&lt;br /&gt;เมื่อนักเขียนชาย ครอบครองรางวัลเสียเกือบหมด โลกวรรณรรมจึงจำต้องแบ่งแยกเพศในวรรณกรรม ด้วยการตั้งรางวัลเฉพาะนักเขียนหญิงขึ้นมา เพื่อผลักดัน และส่งเสริมให้ผู้หญิงได้มีโอกาสในโลกวรรณกรรมมากขึ้น&lt;br /&gt;ในประเทศไทยเอง ก็มีความพยายามจะก่อตั้งรางวัลเพื่อนักเขียนหญิง เช่น รางวัล อ. ไชยวรศิลป์ เป็นการประกวดเรื่องสั้นของนักเขียนหญิง ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ อ. ไชยวรศิลป์ ซึ่งเป็นนักเขียนหญิงรุ่นแรกๆ ที่นำเสนอปัญหาของเพศหญิงอย่างชัดเจน  แต่น่าเสียดายที่รางวัลนี้ไม่ค่อยโด่งดัง และเหมือนจะเงียบๆ ไปแล้วด้วย&lt;br /&gt;อีกรางวัลที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น โดยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ใช้ชื่อว่า รางวัลชมนาด เป็นรางวัลที่มอบให้กับต้นฉบับนวนิยายของนักเขียนหญิง (แปลว่า เรื่องที่ส่งประกวดต้องเป็นต้นฉบับ ยังไม่ผ่านการตีพิมพ์)&lt;br /&gt;ในระดับโลก รางวัลที่โดดเด่นที่สุด คือ รางวัล ออเรนจ์ ไพรซ์ หรือ ชื่อเต็มว่า  The Orange Broadband Prize for Fiction  เป็นรางวัลของประเทศอังกฤษ มอบให้กับนวนิยายของนักเขียนหญิง  (หมายความว่า ตัดสินจากนวนิยาย  เรื่อง ของ นักเขียนหญิง ไม่ได้คัดเลือกจากตัวนักเขียนหญิง เข้าทำนองเหมือนรางวัลซีไรต์นั่นเอง)  เริ่มขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1996 มอบต่อเนื่องทุกปี จึงได้รับการยอมรับ และมีชื่อเสียงติดหูคอวรรณกรรม ที่สำคัญก็เพราะเป็นรางวัลของนักเขียนผู้หญิง นั่นเอง  ซึ่งเมื่อปี 2005 ได้แยกสาขาสำหรับนักเขียนหญิงหน้าใหม่ อีก 1 รางวัล ในชื่อรางวัล Orange Award for New Writers  และยังมีรางวัลสำหรับกลุ่มนักอ่านอีก 1 รางวัล ในชื่อรางวัล The Penguin Orange Readers' Group Prize (โดยการสนับสนุนของสำนักพิมพ์เพนกวิน ผู้โด่งดังเรื่องการจัดพิมพ์วรรณกรรม) เป็นการกระตุ้นให้เกิดการอ่านเชิงวิจารณ์ให้เป็นแฟชั่นไปอีกแบบ&lt;br /&gt;สำหรับ ปี 2009 นี่ คณะกรรมการรางวัลออเรนจ์ ไพรซ์ได้ประกาศรายชื่อนวนวนิยายของนักเขียนหญิง ที่เข้ารอบสุดท้ายแล้ว คือ&lt;br /&gt;นวนิยายเรื่อง Scottsboro เขียนโดย   Ellen Feldman เรื่องของเด็กชายผิวดำ 9 คนที่ถูกจับฐานวิวาทกับเด็กผิวขาว แต่เหตุการณ์นี้มีกลับมีกรณีเด็กผู้หญิงผิวขาวถูกข่มขืนด้วย เรื่องราวทั้งหมดถูกเชื่อมโดยนักข่าวสาวที่พยายามจะช่วยเด็กชายผิวดำให้รอดพ้นจากโทษประหารด้วยเก้าอี้ไฟฟ้า และเด็กหญิงผิวขาวนั้นเองที่จะต้องพูดความจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวนิยายเรื่อง  The Wilderness เขียนโดย    Samantha Harvey เรื่องของชายวัย 60 ชื่อ เจค ที่มองย้อนกลับไปถึงอดีตของตนเอง ตั้งแต่วัยเด็ก การแต่งงาน การทำงาน การสูญเสียภรรยา และลูกชายติดคุก และ เจคเป็นอัลไซเมอร์  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวนิยายเรื่อง  The Invention of Everything Else เขียนโดย   Samantha Hunt เรื่องของนักวิทยาศาสตร์ชาวเซอเบีย  ความรักระหว่างพ่อกับลูกสาว ผสมผสานกับเรื่องเชิงวิทยาศาสตร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวนิยายเรื่อง  Molly Fox's Birthday เขียนโดย    Deirdre Madden เรื่องของ นักแสดงสาว  มอลลี่ ฟ็อกซ์  กับเพื่อนนักเขียนบทละคร ที่จะสะท้อนตัวตนและชีวิตของเธอออกมาในบทละคร เรื่องราวแสดงให้เห็นว่าอดีตสร้างปัจจุบันอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวนิยายเรื่อง  Home เขียนโดย   Marilynne Robinson  เรื่องราวของครอบครัวของแจ๊ค เมื่อแจ๊คกลับมาบ้านในตอนอายุ 20 ปี เขาพบเจอกับอะไร ความพยายามแก้ปัญหา และปรับตัว จากวัยเด็กที่เสียค น  ติดเหล้า ตกงาน  และต้องมาพบกับเรื่องราวของน้องส่าวที่ต้องทุกข์ทรมานกับชีวิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวนิยายเรื่อง  Burnt Shadows เขียนโดย   Kamila Shamsie  เรื่องเล่าผ่านฮิโรโกะ ทานากะ หญิงสาวชาวญี่ปุ่น  เรื่องราวที่ผูกเชื่อมสงครามจากนางากิ มาถึงเหตุการณ์ 911 ปากีสถาน และอัฟกานิสถาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นวนิยายทั้ง 6 เรื่อง ของนักเขียนหญิงทั้ง 6 คน ล้วนสอดแทรกประเด็นของผู้หญิงไว้  บางเรื่องให้ตัวละครหญิงเล่าเรื่อง ประเด็นของโลกและสังคม ก็เชื่อผ่านตัวละครเพศหญิงได้เช่นกัน มิใช่ว่าจำกัดเฉพาะเพศชาย เรื่องที่โดดเด่นน่าจะเป็น  Burnt Shadows ของ    Kamila Shamsie  โดยตัวผู้เขียนเองก็เป็นชาวการาจี มีมุมมองแบบเอเชีย สะท้อนทั้งปัญหาสงคราม ปัญหาโลก และปัญหาของผู้หญิง  ส่วนเรื่อง  Scottsboro เขียนของ   Ellen Feldman ก็น่าสนใจ เพราะมีทั้งประเด็นเรื่องเพศ และผิว   &lt;br /&gt;ความโดดเด่นของประเด็นในงานวรรณกรรมของนักเขียนหญิง ทำให้ผู้อ่านสัมผัสได้ว่า โลกนี้มิได้มีแค่สายตาแบบเพศชาย แต่ในสายตาของเพศหญิง ก็มองโลกได้ในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นมุมที่คุณนึกไม่ถึงก็ได้ &lt;br /&gt;ถ้าทุกประเทศในโลก ให้การสนับสนุนให้มีรางวัลสำหรับนักเขียนหญิงก็น่าจะดี&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-4077189892254030973?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/4077189892254030973/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=4077189892254030973&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4077189892254030973'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4077189892254030973'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2011/08/blog-post.html' title='ผู้หญิง กับรางวัลในโลกวรรณกรรม'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/-_SgzGSw5vro/Tj1pfcGxK1I/AAAAAAAAAUA/7no-VwY9QCA/s72-c/sP1520626.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-76142490541792431</id><published>2009-08-01T06:47:00.000-07:00</published><updated>2009-08-01T06:49:23.801-07:00</updated><title type='text'>ลูกหมีแพนด้า ลูกหมา ลูกคน</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SnRH2U7A_wI/AAAAAAAAAS0/6X9Dx_noXKA/s1600-h/fP1520529.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SnRH2U7A_wI/AAAAAAAAAS0/6X9Dx_noXKA/s320/fP1520529.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5364992054759849730" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่ามกลางสงครามข่าวบันเทิงน้ำเน่า และข่าวการเมืองที่กำลังพัฒนาทางการเมืองอย่างลุ่มๆ ดอนๆ   ข่าวแม่หลินฮุ่ย ดูจะเป็นข่าวดีของประเทศโลกที่สาม อย่างประเทศไทย  (ยอมรับเความจริงเหอะ ถ้าอยากเรียกให้น่ารักก็เรียกว่า ประเทศกำลังพัฒนา) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ไม่รู้ว่าทำไมประเทศที่ร้อนตับแล่บอย่างประเทศไทย จะเอาหมีแพนด้ามาเลี้ยงเพื่ออะไร แต่ก็เรียกว่าเป็นการเลี้ยงที่ประสบความสำเร็จเกินคาด เพราะตอนแรกแค่คาดว่าจะท้อง ไปๆ มาๆ กลับคลอดลูกออกมาเสียให้ตื่นเต้นตะลึงกันทั้งประเทศ ชั่วคืนเดียว เราก็พบว่า มีลูกหมีแพนด้ามาเกิดในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว 1 ตัว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; หลินฮุ่ย ได้เป็นคุณแม่หมี ที่คนทั้งโลกจับตามอง  สถานะแม่ของหลินฮุ่ย ช่างได้รับการยกย่อง เชิดชู ใส่ใจ  ภาพถ่ายแม่หลินฮุ่ยรักลูก ท่วงท่าคาบลูก อุ้มลูก  เป็นช็อตเด็ดแพร่ไปทั่วโลก เป็นที่ชื่นชม กรี๊ดกร๊าดของชาวไทย  สัญชาตญาณของสัตว์ในการเลี้ยงลูก ได้รับการยกย่องว่าเป็นความรักอันแสนบริสุทธิ์ของคุณแม่หมีแพนด้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สถานะแม่ของหลินฮุ่ยจึงดูน่าอิจฉาเสียนี่กระไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เห็นลูกหมีแพนด้า ก็ให้นึกถึงลูกหมาข้างถนน  คนไทยมีนิสัยใจบุญ เห็นลูกหมาข้างถนน ก็มักจะสงสาร เอาข้าวเอาปลาไปเลี้ยง ใครมีกำลังก็อุ้มลูกหมากลับไปเลี้ยงบ้านเสียด้วย  แม่หมาเป็นแม่ที่ได้รับความสงสาร เห็นใจมากอยู่ทีเดียว  ไม่ยักมีใครโทษแม่หมา ว่าเป็นหมาใจแตก ท้องไม่มีพ่อ  น่าสมน้ำหน้า วิธีป้องกันของคนทั่วไปก็คือ พาแม่หมาไปทำหมันเสีย จะได้ไม่ต้องท้องอีกต่อไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่สัญชาตญาณการเลี้ยงลูกของแม่หมาก็ทำให้คนชื่นชมอยู่บ้าง แม่(คน)คนไหนทิ้งลูกมักโดนเทียบกับแม่หมา ว่า หมามันยังรักลูกของมัน  แปลว่า เป็นแม่คนที่เลวกว่าแม่หมา เพราะทิ้งลูกตัวเอง ดูเถิดดู แม่หมายังสูงค่ากว่าแม่คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แล้วแม่คนล่ะ&lt;br /&gt; เรื่องที่จะเล่านี้ เป็นเรื่องของเด็กสาวคนหนึ่ง  วัยผ่านเบญจเพสมาแล้ว เด็กสาวคนนี้เกิดความผิดพลาดในการมีสัมพันธ์กับชายหนุ่ม ที่ต่างฝ่ายต่างไม่รักกัน แต่กลับกำเนิดสิ่งมีชีวิตในท้อง เธอกำลังเป็นแม่ รู้ตัวก็เมื่อสิ่งมีชีวิตเติบโตมา 2 เดือนกว่าแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; “หายนะ” เป็นสิ่งที่เธอคิด และตั้งใจมั่นว่า ต้องหยุดยั้งสถานะความเป็นแม่โดยไม่พร้อม  พูดง่ายๆ ก็คือ เธอตั้งใจจะไปทำแท้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตในท้องของเธอแล้ว เธอก็เปลี่ยนใจ  เธอจะเก็บสิ่งมีชีวิตของเธอไว้ แม้ว่าเธอจะเป็นพียงเด็กสาวครอบครัวมีปัญหา การงานไม่มั่นคง  เงินเดือนไม่น่าจะพอเลี้ยง แต่เธอก็คิดว่าเธออยากเก็บสิ่งมีชีวิตนี้ไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; สำหรับข้าพเจ้า การเลือกของเธอเป็นการเลือกที่กล้าหาญ เพราะเธอต้องเผชิญกับคำถามมากมายจากสังคม เช่น ท้องกับใคร ใครเป็นพ่อเด็ก จะทำยังไง จะเลี้ยงยังไง จะไหวเหรอ ฯลฯ  สังคมไม่ให้โอกาสเด็กสาวตัวคนเดียวตั้งครรภ์ เพราะสังคมคิดไปแล้วว่า เด็กสาวตัวคนเดียวคงไม่มีปัญญาเลี้ยงลูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; หากเด็กสาวคนนั้นเลือกจะยุติการตั้งควรรภ์ ข้าพเจ้าก็ไม่กล้าจะว่าความคิดของเธอ เพราะโดยเหตุผลทางสังคมแล้ว เธอมีเหตุผลสมบูรณ์ในการยุติบทบาทสถานะความเป็นแม่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่เธอเลือกจะเป็นแม่คน&lt;br /&gt; การเลือกจะเป็นแม่คนของเธอ ช่างเป็นเรื่องยุ่งยาก อย่างที่บอก ด่านแรกคือ คำถามจากสังคม  ต่อมาคือกระบวนการเข้าสู่โรงพยาบาล และการดำเนินชีวิตต่อไปโดยต้องบอกทุกฝ่ายว่า ท้องไม่มีพ่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เธอบอกว่า เธออยากเป็นหลินฮุ่ย ดูสิ หลินฮุ่ยรักลูก เธอก็รักลูกของเธอ เป็นสายสัมพันธ์ของแม่ลูกที่เธอค้นพบ เธอต้องการเลี้ยงลูก เธอไม่ใช่แม่ใจร้าย เธอก็เหมือนแม่หมา ที่ไม่รู้ชะตากรรม  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่ในฐานะมนุษย์เพศหญิงผู้แบกท้องโตๆ  โดยไม่มีพ่อ  เธอกลับกลายเป็นคนที่สังคมไม่ช่วยเหลือ ถูกมองด้วยสายตาหยามหมิ่นว่าท้องไม่มีพ่อ เพื่อนฝูงพยายามนำเสนอว่าให้ยุติการตั้งครรภ์จะดีที่สุด เธอเริ่มรู้สึกว่า การเป็นแม่โดดๆ ไม่ใช่สิ่งที่สังคมยอมรับ กลายเป็นตราบาปของเธอ ทั้งที่เธอเลือกจะเก็บสิ่งมีชีวิตไว้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ในช่วงเวลาที่หลินฮุ่ยได้รับการยกย่องเหลือเกิน เด็กสาวคนนี้กลับต้องอยู่กับคำถามว่า เธอจะเป็นแม่คนดีหรือไม่&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-76142490541792431?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/76142490541792431/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=76142490541792431&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/76142490541792431'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/76142490541792431'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2009/08/blog-post.html' title='ลูกหมีแพนด้า ลูกหมา ลูกคน'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SnRH2U7A_wI/AAAAAAAAAS0/6X9Dx_noXKA/s72-c/fP1520529.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-1164293299139258658</id><published>2009-06-11T01:19:00.000-07:00</published><updated>2009-06-11T01:23:17.630-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='มาตาทัศนะ'/><title type='text'>ตัณหา กับอำนาจ</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SjC-j4MAIhI/AAAAAAAAAQ8/tRDAVOF10Kg/s1600-h/sP1520024.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 240px; height: 320px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SjC-j4MAIhI/AAAAAAAAAQ8/tRDAVOF10Kg/s320/sP1520024.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5345982281276203538" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กรณีเด็กชายชาวอังกฤษอายุ 13 ปี  มีลูกกับเด็กสาวอายุ 15 ปี เป็นข่าวสั่นสะเทือนสังคมอังกฤษอยู่หลายวัน (แม้ว่ากระแสข่าวระยะต่อมาจะมีเด็กหนุ่มอีกหลายคนสงสัยว่า ตนเองอาจจะเป็นพ่อเด็ก ไม่ใช่พ่อหนุ่มอายุ 13 คนที่เป็นข่าว) ยังไม่นับข่าวอื้อฉาวของครูสาว ทั้งที่อังกฤษ ที่มีเพศสัมพันธ์กับนักเรียนเกรด6  หรือครูสาวออสเตรเลีย ที่มั่วสุมกับนักศึกษาแถมด้วยการเปลือยอก และครูสาวเยอรมัน ใส่ชั้นในเต้นให้เด็กนักเรียนอายุ 15 ปี ดู   ส่วนประเทศไทยเองก็ไม่น้อยหน้า ด้วยข่าวเด็กนักเรียนอายุ 13 ปี มีเพศสัมพันธ์กับครูอายุ 29 ปี ตามด้วยข้อมูลจากมูลนิธิกระจกเงา กรณีมีคลิปแม่อายุ 40 กับลูก อายุ 14 แพร่หลายในอินเทอร์เน็ต &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; กรณนี้ สั่นสะเทือนสังคมไทย เกิดคำถามถึงจริยธรรม ความเหมาะสม ของการแสดงออกทางเพศในสังคมไทย อย่างมาก และเกิดวงเสวนา สัมมนา หลายวง เกี่ยวกับเรื่องเพศในสังคมไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ข้าพเจ้ามีมุมมองที่อาจจะ “หาเรื่อง” สักหน่อย โดยขอมองอย่างเท่าเทียม ทั้งหญิง ชาย และเด็ก &lt;br /&gt; ข้อแรก เด็กมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; กรณีนี้ ข้าพเจ้ามีข้อสงสัยเสมอมา ว่า “วัยอันควร” อยู่ที่ไหน แต่ละสังคม และแต่ละยุคสมัย ก็มี “วัยอันควร” ที่แตกต่างกัน สังคมชนบทจะนิยมให้แต่งงานกันตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อจะได้ช่วยกันทำมาหากิน สร้างเนื้อสร้างตัวกันเสียตั้งแต่ยังมีกำลัง  แม้กระทั่งสังคมไทยในชนบทปัจจุบัน การแต่งงานตั้งแต่ยังไม่พ้นเด็กหญิง ก็เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ถือว่าผิดปกติ   ญาติของคนข้างบ้านของข้าพเจ้า ก็แต่งงานตอนอายุ 14 ย่าง 15 เจ้าบ่าวอายุ 16 ปี เธออยู่แค่จังหวัดฉะเชิงเทรานี่เอง ไม่ได้บ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไหน เป็นการแต่งงานที่ผู้ใหญ่เห็นชอบทั้งสองฝ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่วัยอันควร ของ “คนเมือง” มีปัจจัยที่มากกว่านั้น การแต่งงานไปขึ้นกับ “การศึกษา” ต้อง “เรียนให้จบ”  จึงเหมาะสมที่จะมีครอบครัว เป็นวัยอันควรที่จะมีครอบครัว แต่ไม่ได้หมายถึงวัยอันควรที่จะมีเพศสัมพันธ์ เพราะธรรมชาติของมนุษย์ไม่สามารถหักห้ามได้ ดังนั้น ก่อนจะมีครอบครัวเป็นตัวเป็นตน ธรรมชาติ หรือจะกล่าวโดยเจาะจงก็คือ “ตัณหา” ของหนุ่มสาวย่อมทำงานตามกลไก และนั่นนำไปสู่การ “ทดลองมีชีวิตคู่” โดยไม่ต้องรับผิดชอบอนาคต  เพราะว่ายังไม่ถึง “วัยอันเหมาะสมที่จะมีครอบครัว” นี่เอง ที่เป็นช่องทางให้เด็กวัยรุ่น มีโอกาสที่จะ “อ้าง” ความเหมาะสมทางสังคม เพื่อนจะเปลี่ยนคู่สนองตัณหาไปได้จนกว่าจะถึงวัยเหมาะสม ไม่ต้องมีความรับผิดชอบคู่ชีวิตแบบที่ต้องช่วยกันทำมาหากินสร้างอนาคต อย่างสังคมชนบท แถมยังปิดบังผู้ใหญ่ และอาจจะเกิดปัญหาทำแท้งตามมาด้วยซ้ำ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ข้าพเจ้าจึงอยากให้มองอย่างยุติธรรมแก่เด็ก ว่า ความต้องการทางเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ และครอบครัวมีหน้าที่จะต้องสอนให้เด็กรู้จัก “ความรับผิดชอบทางเพศ”  การกระทำใดๆ ย่อมมีผลผูกพัน และต้องมีความรับผิดชอบ ไม่ใช่อ้าง “ความเหมาะสมของการสร้างครอบครัว” เพื่อการสำส่อนทางเพศ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ข้อสอง เด็กมีความกระหายใคร่รู้ทางเพศ ในขณะที่มีสื่อลามกมากมาย และเข้าถึงได้ง่ายกว่าอดีต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เป็นเรื่องปกติ ที่เด็กที่ย่างเข้าสู่วันรุ่นจะมีความกระหายใคร่รู้ทางเพศ ทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย ซึ่งสำหรับเด็กสาว ก็มักนำภัยมาสู่ตัวโดยง่าย เช่นตกเป็นเหยื่อของพวกที่ฉกฉวยโอกาสนี้ล่อลวงไปข่มขืน อนาจาร ในขณะที่เด็กชาย อาจจะกระทำการลวนลาม อนาจารเด็กที่อายุต่ำกว่า เช่นที่เคยมีข่าวว่าเด็กชายข่มขืนเด็กหญิงชั้นประถม โดยเด็กอ้างว่าเกิดจากการดูหนังโป๊&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ต้องยอมรับว่า สื่อลามก ช่างเป็นสื่อที่สนองตัณหาและจินตนาการทางเพศอย่างเหนือจริง เซียนหนังโป๊คงไม่ปฏิเสธเลย ว่า พล็อตเรื่องแบบครูลูกศิษย์ สาวแก่เด็กหนุ่ม ชายแก่เด็กสาว มีให้เห็นมากมาย เหล่านี้ล้วนกระตุ้นจินตนาการทางเพศแบบผิดๆ  เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิด “การกระทำทางเพศที่ไม่เหมาะสม” ซึ่งหมายถึงการแอบซ่อน ทำผิดทางเพศ ทั้งแบบที่ถูกล่อลวง และแบบยินยอมพร้อมใจ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่ไม่อาจกล่าวได้ว่า สื่อลามก เป็นปัจจัยเดียวของการกระทำดังกล่าว ครอบครัว การเลี้ยงดู สถาบันการศึกษา เพื่อน และสังคมรอบตัว ก็มีผลอย่างมากต่อวิธีคิดของเด็ก สังคมไทยมักโยนความผิดให้ปัจจัยภายนอก แต่ไม่มองถึงปัจจัยภายใน ที่เกี่ยวกับครอบครัวและการเลี้ยงดู โดยเฉพาะการบ่มเพาะ “ความรับผิดชอบทางเพศ” ในสมองของเด็ก ซึ่งจะเป็น “เกาะป้องกัน” บรรดาสื่อลามกที่มีเพิ่มขึ้น สร้างเกาะในใจ ย่อมดีกว่ามามัวไล่สร้างรั้วป้องกัน ซึ่งดูท่าว่ารั้วจะกันอะไรไม่ได้เลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ข้อสาม  ตัณหากับจริยธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; กรณีของเด็กชายอายุ 13 กับ ครูสาวอายุ 29 เป็นตัวอย่างสำคัญ ของเรื่องตัณหา กับจริยธรรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ในแง่ของสถานะทางสังคมแล้ว ครู มีสถานะเหนือศิษย์ แถมยังมีอายุมากกว่าศิษย์ตั้ง 16 ปี คนเป็นครูย่อมมีวิจารณญาณมากกว่าเด็ก การที่จะเริ่มต้นมีเพศสัมพันธ์กับเด็กนั้น เป็นไปได้ยากมาก ที่เด็กจะเริ่มก่อน แต่ต้องยอมรับว่า  เด็กอยู่ในวัยอยากทดลอง และถ้าครูเปิดโอกาส (เรียกอย่างหยาบว่า ให้ท่า) เด็กก็ต้องมองเห็น และต้องการสานต่อ  ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ครูผู้มีทั้ง อายุ อำนาจและสถานะสูงกว่า จะต้องเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ มิใช่กลายเป็นยินยอมพร้อมใจไปกับความอยากทดลองของเด็ก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ย้อนกลับไปถึงกรณีสื่อลามก ที่ก่อให้เกิดจินตนาการทางเพศแบบผิดๆ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความคิดว่า การกระทำเหล่านั้นทำได้ในชีวิตจริง โดยเฉพาะเด็ก ซึ่งยังขาดความยั้งคิด หลงมัวเมาไปกับเรื่องเพศได้ง่าย อยู่ที่จะถูกชักจูง หรือกระตุ้นไปอย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ข้าพเจ้าก็ไม่อยากจะแฉ แต่เหตุการณ์แบบนนี้มิใช่เพิ่งเกิดขึ้น สมัยที่ข้าพเจ้าเรียนหนังสืออยู่ เพื่อนของเพื่อนเป็นครูฝึกสอน และมีข่าวมาว่าหล่อนล่อลวงเด็กชายชั้น ม. 1 มาเป็นทาสรัก แอบในห้องนอนได้ตั้งเป็นเดือน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; สิ่งนี้เป็นเรื่องของการช่างน้ำหนัก ระหว่างจริยธรรม กับตัณหา &lt;br /&gt; แล้วทำไม ตัณหา จึงชนะจริยธรรมล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ข้าพเจ้ามองถึงปัญหาลึกของสังคมไทย ในสังคมไทย การที่เพศหญิงแสดงออกถึงความต้องการทางเพศอย่างชัดเจนจะโดนประณามจากสังคม เช่น เป็นนังแรด เป็นผู้หญิงร่าน เป็นกะหรี่ ยิ่งมีสถานะในทางที่ต้องเป็นแบบอย่างทางสังคม ยิ่งไม่สามารถแสดงออกได้เลยว่า มีความต้องการทางเพศสูง  เรียกได้ว่ามีความเก็บกดอยู่ในตัว ดังนั้นการค้นพบทางออกทางเพศที่มีควบคู่กับ “การใช้อำนาจ” ทางสังคม อาจจะทำให้เกิดความรู้สึก “เหนือกว่า” มีอำนาจ และสามารถบงการเรื่องทางเพศได้ตามที่ต้องการ ซึ่งเป็นเสน่ห์เย้ายวนหอมหวาน ที่เพศหญิงบางคนต้องการมาก จนทำให้ต่อมจริยธรรมบกพร่อง ในขณะที่เด็กหนุ่มคู่กรณีก็ได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องทางเพศที่ตนเองต้องการ จึงกลายเป็นเข้าคู่กันได้  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ว่าตามตรง ถ้าไม่ใช่เหตุการณ์ระหว่างศิษย์กับครู อาจจะโดนโจมตีน้อยกว่านี้ก็ได้   ครูสาว ก็เป็นมนุษย์เพศหญิงธรรมดาเท่านั้นเอง ย่อมมีปมทางเพศเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นหญิงไทย หรือหญิงต่างชาติ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; บางทีเพศหญิงก็ต้องการแสดงอำนาจทางเพศบ้าง แต่พวกหล่อนเองก็ขาดหนทางปลดปล่อย จึงเลือกจะใช้อำนาจกับคนที่สถานะต่ำกว่า และไปลงที่เด็กหนุ่ม ในขณะที่เด็กหนุ่ม ก็คิดว่า การได้ใช้ประสบการณ์ทางเพศกับผู้หญิงแก่กว่าก็เป็นอำนาจทางเพศของตนเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; นี่เป็นกรณีของการสนองตัณหาและอำนาจ โดยที่ต่อมจริยธรรมไม่ทำงาน&lt;br /&gt; ปัญหาคือ เราจะสร้าง “จริยธรรมในใจ” ทั้งกับเด็ก ผู้หญิง และ ผู้ชาย ได้อย่างไร  &lt;br /&gt; คำถามระดับโลก และเกี่ยวข้องกับทุกคนจริงๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-1164293299139258658?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/1164293299139258658/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=1164293299139258658&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/1164293299139258658'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/1164293299139258658'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2009/06/blog-post.html' title='ตัณหา กับอำนาจ'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SjC-j4MAIhI/AAAAAAAAAQ8/tRDAVOF10Kg/s72-c/sP1520024.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-5194570603896752780</id><published>2009-03-18T18:31:00.001-07:00</published><updated>2009-03-18T18:34:01.314-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='มาตาทัศนะ'/><title type='text'>single mom</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/ScGg24OhwLI/AAAAAAAAAQ0/0pe5B60BLYU/s1600-h/tsr586.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 240px; height: 320px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/ScGg24OhwLI/AAAAAAAAAQ0/0pe5B60BLYU/s320/tsr586.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5314705899940593842" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ชีวิตมิลล์ก็หนักมาก คนจะมองว่าการที่เราคบแฟนคนหนึ่ง เรามีลูก แล้วเราเก็บลูกไว้ แล้วมันผิดมากนัก ทำไมมันถึงผิด ทั้งที่คนอื่นทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น มีลูกก็ไปเอาออก อย่างนั้นมันดีกว่าเหรอพี่ มิลล์ถามหน่อย ไม่รู้ว่าอย่างนั้นมันดีกว่าหรือเปล่า แต่มิลล์เลือกทำสิ่งที่มันถูก แต่ทำไมคนกลับมองอย่างนี้ไม่เข้าใจ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(http://www.igossipy.com/article.php?id=5835)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นคำให้สัมภาษณ์ของหญิงสาวที่เป็นข่าวว่า กิ๊กกับ โดม ปกรณ์  แล้วถูกนักข่าวนำเรื่องส่วนตัวออกมาแฉ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มีลูกก็ไปเอาออก อย่างนั้นมันดีกว่าเหรอพี่ มิลล์ถามหน่อย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้าพเจ้าก็อยากจะถามสังคมไทย และสังคมสื่อมวลชนไทยว่า เออ แล้วมันเป็นเรื่องที่ผิดมากไหม กับการที่หญิงสาวสักคน มีลูกเงียบๆ โดยไม่ได้แถลงข่าว พอนักข่าวรู้ขึ้นมา จำเป็นด้วยหรือที่ต้องเอามาแฉกันจนชีวิตของเธอต้องสั่นคลอน&lt;br /&gt;นี่เป็นสิ่งที่ผู้หญิงไทยต้องเผชิญ หากจะเป็น single mom ก็ต้องแถลงข่าวกันไปเลย ถ้าปิดไว้ มันจะถูกล้วงควัก ออกมาในทำนองว่าเป็นเรื่องไม่ดี ประมาณว่า ท้องไม่มีพ่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตั้งท้องนั้น ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่แรกเริ่ม ต้องเจอกับความเหนื่อยล้า แพ้ท้อง อาเจียน ผะอืดผะอมสารพัด พอท้องเริ่มใหญ่ก็ต้องอึดอัด ท้องอืด ยิ่งขยายใหญ่ขึ้น ก็ยิ่งอุ้ยอ้าย ไปไหนมาไหนไม่สะดวก นี่ยังไม่นับภาวะเสี่ยงต่างๆ ระหว่างการตั้งท้อง ที่คุณแม่ต้องระมัดระวัง อดทน ควบคุมชีวิตและจิตใจ เลิกของโปรดหลายๆ อย่าง เพราะมีอีกชีวิตในท้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ยิ่งหากเผชิญการท้องด้วยตัวคนเดียว ข้าพเจ้าขอนับถือว่า เป็นด่านที่ยาก ต้องใช้ความอดทนและเข้มแข็งมากกว่าหญิงท้องทั่วไปหลายเท่านัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่สังคมไทย มักลืมตัวเสมอ เวลาพูดถึง single mom หลายครั้งหลุดคำอธิบายว่า ท้องไม่มีพ่อออกมา &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;แม้ว่า ปัจจุบัน สังคมไทยจะยอมรับการเป็น single mom  มากขึ้น ดาราหลายคนที่หย่าร้างกับสามี แล้วเลี้ยงลูกเอง ก็ได้รับการยอมรับมากขึ้น ไม่ต้องปิดบังหรือแอบซ่อน แต่ก็อย่างที่กล่าวไว้ สังคมเรามักชอบลืมตัวเสมอ เผลอไม่ได้ อย่างกรณีของน้องมิลล์&lt;br /&gt;สื่อมวลชน เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง หรือ ปลุกปั่น กระแสข่าวต่างๆ  แต่สื่อมวลชนมักลืมระวัดระวังตัวเรื่องสิทธิส่วนบุคคล และขาดความรับผิดชอบต่อผู้ตกเป็นข่าว  หลายครั้งก็สร้างข่าวขึ้นมาเพื่อจะปั่นข่าวเอง และปิดข่าวเองด้วย เป็นกลวิธีของสายข่าวบันเทิงที่เห็นอยู่เป็นประจำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วชีวิตของหญิงสาว หรือเด็ก ที่ตกเป็นข่าวล่ะ ความเป็นส่วนตัว ที่ถูกละเมิดล่ะ เป็นต่างประเทศ เขาฟ้องร้องกันเป็นล้านๆ&lt;br /&gt;แต่ของไทย ใครจะอยากไปมีเรื่องกับ หนังสือพิมพ์ หรือนิตยสาร หรือนักข่าวล่ะ จนแทบจะต้องมีการอ้อนวอน ขอความเห็นใจจาก “พี่ๆ สื่อมวลชน”  ยิ่งถ้าเขียนข่าวแบบละเลงสีตีไข่ปู้ยี่ปู้ยำ ผู้ตกเป็นข่าวที่ยังไม่ดัง มักจะต้องร่ำไห้ขอความเห็นใจ แทนที่จะฟ้องร้องให้เป็นเรื่องเป็นราว อย่างต่างประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้าพเจ้าจึงอยากจะเรียกร้องให้สังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สื่อมวลชน คิดให้มากๆ เวลาต้องนำเสนอข่าวที่เกี่ยวกับ single mom ผลกระทบกะะจายกว้างมากกว่าแค่ที่เห็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่สำคัญ มันคือการทำร้ายลูกผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่เป็นแม่อย่างโดดเดี่ยว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-5194570603896752780?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/5194570603896752780/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=5194570603896752780&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/5194570603896752780'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/5194570603896752780'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2009/03/single-mom.html' title='single mom'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/ScGg24OhwLI/AAAAAAAAAQ0/0pe5B60BLYU/s72-c/tsr586.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-2938988751828278906</id><published>2009-03-02T18:26:00.000-08:00</published><updated>2009-03-02T18:31:13.989-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='มาตาทัศนะ'/><title type='text'>ดอกไม้ ดอกไม้ ดอกไม้</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SayWE79jLKI/AAAAAAAAAQo/FagxAwinq80/s1600-h/sP1500273.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SayWE79jLKI/AAAAAAAAAQo/FagxAwinq80/s320/sP1500273.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5308783072322464930" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครช่างเปรียบเทียบผู้หญิงดังดอกไม้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นคำเปรียบระดับอมตะนิรันดร์กาล ที่สืบสาวไปก็จะพบความเปรียบเช่นนี้ในวรรณคดีต่างๆ มากมาย หรือในวรรณกรรมต่างประเทศก็ไม่ต่างกัน เป็นคำเปรียบสากลที่ชัดเจนว่า ดอกไม้ คือ เพศหญิง!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และดอกไม้ นี้ ก็ถูกใช้เสมอ เมื่อต้องการ “ยกย่อง” เพศหญิง อย่างที่ข้าพเจ้ามองว่ามันมีความ “ไม่จริงใจ” อะไรบางอย่างอยู่ในคำเรียกนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดอกไม้ ในความหมายทั่วไปก็หมายถึงดอกของพืช ซึ่งในความเข้าใจทั่วไปก็สื่อถึงความสวยงาม น่าชื่นชม แต่หากมองถึงนัยยะที่ลึกลงไป จะเห็นว่า หน้าที่ของดอกไม้มีนัยยะถึงการสืบพันธุ์  ดังนั้น เมื่อหญิงสาวคนใดที่ล่อแมลงได้มากเกินกว่าสังคมจะรับได้ สังคมจึงเอานัยยะเชิงสืบพันธุ์ของดอกไม้มา “ด่า” กันเสียเลย ว่า “ดอก” ด้วยคำด่าประเภท “อีดอก” “ดอกทอง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้าพเจ้า จึงมองว่า การยกย่องเอาคำว่า ดอกไม้ มาใช้ในการกล่าวถึงเพศหญิง ในกิจการอาชีพต่างๆ จึงเป็นคำยกย่องที่ “ไม่จริงใจ” มีความ FAKE อยู่เต็มเปี่ยม ในคำว่า  “ดอกไม้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; โดยเฉพาะในทางการเมือง เมื่อผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง มักจะได้รับการยกย่องในทำนอง ดอกไม้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ย้อนกลับไปสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ยุคสมัยที่พยายามสร้างชาตินิยม นโยบาย “ดอกไม้ของชาติ” เป็นนโยบายหนึ่งที่ขายได้ และฝังรากในสังคมไทยมากพอสมควร มันคือการพยายามสร้างกรอบเกณฑ์ให้เพศหญิง มากกว่าจะให้โอกาสเพศหญิงมีส่วนร่วมในการบริการประเทศ กล่าวชัดๆ คือ ไม่ได้ต้องการให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในทางการเมืองอย่างแท้จริง เพียงต้องการกำหนดกรอบและบทบาทให้ชัดเจน ว่า เป็น “ผู้ตาม” ที่ดี อยู่หลังเท้าของท่านผู้นำ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; มีนโยบายชาตินิยมที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน เช่น เรื่อง นาฏศิลป์ รำวงมาตรฐาน ที่มีเพลง ดอกไม้ของชาติ  “ขวัญใจดอกไม้ของชาติ งามวิลาศนวยนาดร่ายรำ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; นี่ล่ะ หน้าที่ของเพศหญิง ในสมัยชาตินิยม การที่ผู้หญิงจะมีส่วนร่วมทางการเมือง จึงเป็นเรื่องหลอกล่อ ให้รางวัลแก่ผู้หญิงที่เข้ากรอบเข้าเกณฑ์ เหมือนให้ขนมเด็กเป็นรางวัลเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; มาสู่ยุค นักศึกษาช่วง ก่อนและหลัง  พ.ศ. 2516  การเมืองในที่อิงแนวคิดสังคมนิยม ที่ต่อต้านการกดขี่ระหว่างเพศ ทำให้ความเปรียบประเภทนี้ถูกโจมตีและทุบทำลายไปมากพอสมควร การชื่นชมผู้หญิงว่าเป็นของสวยงาม น่าทะนุถนอมถูกผู้หญิงฝ่ายซ้ายต่อต้าน และทำลายลง ผู้หญิงกลุ่มนักศึกษาเคลื่อนไหวกิจกรรมเพื่อผู้หญิงมากขึ้น โดยยึดทฤษฏีสังคมนิยมเป็นแม่บท ข้อดีอย่างยิ่งยวดคือ เกิดความก้าวหน้าในกลุ่มผุ้หญิง รู้เท่าทันค่านิยมที่กีดกันทางเพศมากขึ้น ทว่า แสนเสียดาย ที่ความเคลื่อนไหวที่อิงทฤษฎีทางการเมือง ต้องจบลง หลังความเคลื่อนไหวเพื่อสังคมถูกยัดเยียดข้อหา “ผีคอมมิวนิสต์” เรียบร้อย 6 ตุลาคม 2519 &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; กลุ่มผู้หญิงที่เคลื่อนไหวโดยอิงวิธีคิดแบบสังคมนิยม จำต้องเปลี่ยนยุทธวิธีไปสู่การเน้น “การช่วยเหลือ” เพศหญิงที่ตกทุกข์ได้ยากแทน นั่นแปลว่า การทำงานกลับไปสู่วิธีคิดแบบเดิมๆ เน้นการช่วยเหลือ และอยู่ในกรอบเกณฑ์ที่เพศชายยอมรับได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; จนกระทั่ง พฤษภาคม 2535 คำว่า “ดอกไม้การเมือง” ถูกนำมาใช้ในภาพข่าว กลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นผู้หญิง เป็นภาพที่สื่อให้เห็นว่า ผู้หญิงก็ต้องการมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่อย่างไรหรือ?? เป็นแค่ดอกไม้ ที่มายืนประดับฉาก ให้เกิดความสวยงาม และเวลาที่เขาไล่ยิงกัน ดอกไม้ไม่ทราบว่ากระจุยไปทางไหน ดูเหมือนจะมีประโยชน์เพียงน้อยนิด เสียเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; และเมื่อการเลือกตั้งหลังเหตุการณ์พฤษภาคม ก็เกิด “ดอกไม้สภา” ขึ้น อันหมายถึง ส.ส. ผู้หญิง ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่สภา แล้วมันอย่างไรกันหรือ?? เมื่อเธอเป็นแค่ดอกไม้  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เพราะเมื่อถึงเวลาต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องการเคลื่อนไหว ก็เห็น งัด “กระบอกปืน” ออกมาทุกที  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าตั้งข้อสังเกตเสมอมาว่า เพศหญิง เป็นเพียงแต่ดอกไม้ ไม่ว่าจะทำอะไร พวกหล่อนก็ได้รับคำชื่นชม (?) ว่าเป็นดอกไม้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องการความเห็น ดอกไม้นี่ส่วนใหญ่จะพูดไม่ค่อยได้ยิน เสียงของดอกไม้จะนุ่มนวลชวนฝันเกินกว่าจะนำพาและใส่ใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เมื่อเวทีการเมือง กำลังลั่นกลองศึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เชื่อได้ว่า ยุทธวิธี “ดอกไม้” กำลังจะถูกนำมาใช้อีกครั้ง และครั้งนี้ ดอกไม้แต่ละดอก คงต้องเปี่ยมคุณภาพ ทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ (แล้วทำไมไม่ไปประกวดนางงามกันเสียเลยวะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ซึ่งกลยุทธ์นี้ ข้าพเจ้าถือว่า เป็นความ ไม่จริงใจทางการเมืองกันเลยที่เดียว เพราะข้าพเจ้าไม่เชื่อว่า พรรคการเมือง จะเห็นคุณค่าของนักการเมืองหญิงอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  ก็แค่ดอกไม้การเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1/แรก ตค  2550&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-2938988751828278906?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/2938988751828278906/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=2938988751828278906&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/2938988751828278906'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/2938988751828278906'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2009/03/blog-post.html' title='ดอกไม้ ดอกไม้ ดอกไม้'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SayWE79jLKI/AAAAAAAAAQo/FagxAwinq80/s72-c/sP1500273.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-2966972112569332743</id><published>2009-02-26T18:43:00.000-08:00</published><updated>2009-02-26T19:08:50.899-08:00</updated><title type='text'>เมื่อชู้เริ่มที่โลกไซเบอร์</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SadYtR-WvdI/AAAAAAAAAQg/jobwRPvoomc/s1600-h/ssP1500306.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SadYtR-WvdI/AAAAAAAAAQg/jobwRPvoomc/s320/ssP1500306.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5307308220821716434" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;โวต เล่มที่ผ่านมา มีสกู๊ปที่เกี่ยวกับผลกระทบของโลกไซเบอร์ต่อบุคคลสาธารณะของเกาหลี นำไปสู่การฆ่าตัวตาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ข้าพเจ้าไมได้อยากจะมาร่วมวงการประณามโลกไซเบอร์ เพราะข้าพเจ้ามองเห็นข้อดีมากมายของการใช้อินเทอร์เน็ต การมีบล็อก การหาเพื่อนใหม่ที่มีรสนิยมคล้ายกัน ใช่ล่ะ ข้าพเจ้ามองเห็นข้อดีเช่นนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่ทุกอย่างย่อมมีด้านมืด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; โลกไซเบอร์ กลายเป็นช่องทางของการติดต่อกันระหว่างคนต่างเพศ อันนำไปสู่ปัญหาการล่อลวงผ่านอินเทอร์เน็ต (นั่นคือการไม่สมยอม) และปัญหา การมีชู้ผ่านโลกไซเบอร์ (สมยอมแน่ๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แน่นอน การล่อลวงผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งบล็อก อย่าง HI5 มีข่าวให้เห็นกันอย่างบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่เด็กสาวๆ วัยคึกคะนอง เห่อกลิ่นสาวตัวเอง มักจะตกเป็นเหยื่อโดยง่าย หลงคารมชายโฉดชั่วที่ใช้อินเทอร์เน็ตมาเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงเด็กสาวๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่อีกเรื่องที่ร้ายกว่าไม่แพ้กัน คือ การที่หญิงชายที่มีครอบครัวแล้วเริ่มต้นสร้างสัมพันธ์กับคนอื่นผ่านอินเทอร์เน็ต ลุกลามไปจนกระทั่งกลายเป็นเรื่องราวชู้ เพราะการขาดความยั้งคิด  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เท่ ไปอีกแบบ ที่มีกิ๊กอยู่ในโลกไซเบอร์ วันดีคืนดี คนในโลกไซเบอร์ก็ออกมาเจอกัน สานเรื่องราวให้มากมาย แบบลืมโลกของความเป็นจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; นี่ล่ะอันตราย&lt;br /&gt; สังคมไม่ได้เสื่อม สังคมเป็นเช่นนี้มานับแต่สมัยไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่ช่องทางมันมีมากขึ้น โอกาสมันเยอะขึ้น และมีความรวดเร็ว กระทำการได้ง่าย สะดวก ทันใจมากขึ้น แชท  แลกเบอร์ คุย ส่งภาพ มากมาย   จากระยะเวลาการไล่จีบชู้ที่อาจจะใช้เวลานานสัก 3 เดือน ก็มาสู่ระยะเวลาแค่ 3 วัน ตัดระยะเวลาและระยะห่าง อันเป็นกระบวนการขัดกล่อมจิตใจไปเสียสิ้น  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; รู้ตัวอีกทีก็ปรู๊ดปร๊าดราวติดจรวจ&lt;br /&gt; ต้องยอมรับว่า นี่เป็นช่องทางที่ผู้หญิงเหงา  ใช้เป็นสะพานของการไขว่คว้าหาคนเข้าใจ และแน่นอน เมื่อเกิดความเข้าใจ  ในที่สุดมันก็เป็นความสัมพันธ์แบบแยกไม่ออก ระหว่างความจริงและความลวง ชู้ในโลกไซเบอร์ก็เลยกลายมาเป็นจริงเสียชิบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ข้าพเจ้าของยกกรณีศึกษาของชายหนุ่มคนหนึ่ง มีภรรยาแล้ว ฝ่ายภรรยาเกิดนิยมเล่น เอ็มเอสเอ็น และได้รู้จักหนุ่มต่างเพศทางเอ็มเอสเอ็น จากนั้น เธอชักพาหนุ่มเข้ามาทำงานที่บริษัทของตนกับสามี โดยสามีไม่ทราบว่านั่นเป็นหนุ่มกิ๊กของฝ่ายหญิง สุดท้าย ครอบครัวแตกแยก ต้องหย่าร้าง ลูก 2 คนกลายเป็นเด็กบ้านแตก กรณีนี้ ผู้หญิง เป็นฝ่ายไขว่คว้าหาความตื่นเต้นจากโลกไซเบอร์ จนขาดความยั้งคิด ครอบครัวแตกแยก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; หรือกรณีแบบฮิตๆ ส่วนใหญ่จะเป็น หญิงสาวเข้ามาติดชายหนุ่ม  โดยไม่สนใจว่าข้าจะมีครอบครัวหรือไม่ จนเกิดปัญหาครอบครัวตามมา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ว่ากันตามตรงก็คือ ช่องทางไซเบอร์นี้ ทำให้คนทั่วไปขาดความยั้งคิด เพราะ ระยะห่างมันหายไป สามารถสื่อสารได้รวดเร็วทันใจ และการไม่เห็นหน้ากัน ก็ทำให้กล้าที่จะแสดงความคิดมากกว่าการเห็นหน้า ซึ่ง ความคิดเหล่านั้น อาจเป็นความคิดที่เกิดจากการขาดความยั้งคิดก็เป็นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ข้าพเจ้าไม่ได้เกลียดโลกอินเทอร์เน็ต ข้าพเจ้ามองเห็นข้อดีมากมายอย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้น&lt;br /&gt; ข้าพเจ้าเพียงตั้งข้อสังเกต ว่า มนุษย์ มักใช้ช่องทางอันมีประโยชน์ เพื่อสร้างเรื่องที่มีโทษเสมอๆ  และเอาเข้าจริง เรื่องแบบนี้ไร้การควบคุม  ไม่มีทางควบคุมอะไรได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; และข้าพเจ้ามองว่า สุดท้าย เมื่อเกิดปัญหาขึ้น เพศหญิงนั่นเอง ที่จะได้รับผลของการกระทำมากกว่าเพศชาย หากมีชู้เอง ก็จะโดนครหาจากสังคม หากเป็นชู้กับคนอื่น ก็ทั้งโดนครหา และทั้งเกิดการทำร้าย (ทางใจและกาย) กับเพศหญิงด้วยกันเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; อันที่จริงแล้ว ข้าพเจ้ามองว่า เพศชาย ลอยตัว เมื่อเกิดปัญหานี้ เพราะนี่เป็นสังคมไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ผู้หญิงมันแส่มาเอง ช่วยไม่ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เพศหญิงนั่นล่ะ ที่ต้องเป็นผู้ระมัดระวังตนเองให้มากที่สุด อย่าปล่อยตัวปล่อยใจไปกับช่องทางเหล่านั้น หากว่าคุณจะได้แฟน หรือสามี เป็นตัวตนจากโลกไซเบอร์ ย่อมเป็นได้ แต่มิใช่การไปวุ่นวายกับสามีคนอื่น หรือไม่ใช่การไขว่คว้าหาสามีคนที่สอง&lt;br /&gt; เพราะอย่างไรก็แล้วแต่ ผู้หญิง มีแต่เสียกับเสีย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-2966972112569332743?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/2966972112569332743/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=2966972112569332743&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/2966972112569332743'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/2966972112569332743'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2009/02/blog-post.html' title='เมื่อชู้เริ่มที่โลกไซเบอร์'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SadYtR-WvdI/AAAAAAAAAQg/jobwRPvoomc/s72-c/ssP1500306.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-4545171476783261475</id><published>2009-01-04T22:04:00.000-08:00</published><updated>2009-01-04T22:10:47.258-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='H.I.M.'/><title type='text'>The Sacramen H.I.M.</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/2IksSh6HcmM&amp;amp;hl=" width="425" height="344" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always" fs="1"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I hear you breathe so far from here&lt;br /&gt;I feel your touch so close and real&lt;br /&gt;And I know&lt;br /&gt;My church is not of silver and gold,&lt;br /&gt;It's glory lies beyond judgement of souls&lt;br /&gt;The commandments are of consolation and warmth&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;You know our sacred dream won't fail&lt;br /&gt;The sanctuary tender and so frail&lt;br /&gt;The sacrament of love&lt;br /&gt;The sacrament of warmth is true&lt;br /&gt;The sacrament is you&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I hear you weep so far from here&lt;br /&gt;I taste your tears like you're next to me&lt;br /&gt;And I know&lt;br /&gt;My weak prayers are not enough to heal&lt;br /&gt;Oh the ancient wounds so deep and so dear&lt;br /&gt;The revelation is of hatred and fear&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;You know our sacred dream won't fail&lt;br /&gt;The sanctuary tender and so frail&lt;br /&gt;The sacrament of love&lt;br /&gt;The sacrament of warmth is true&lt;br /&gt;The sacrament is you&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;The sacrament is you&lt;br /&gt;The sacrament is you&lt;br /&gt;The sacrament is you&lt;br /&gt;The sacrament is you&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;You know our sacred dream won't fail&lt;br /&gt;The sanctuary tender and so frail&lt;br /&gt;The sacrament of love&lt;br /&gt;The sacrament of warmth is true&lt;br /&gt;The sacrament is you&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;You know our sacred dream won't fail&lt;br /&gt;The sanctuary tender and so frail&lt;br /&gt;The sacrament of love&lt;br /&gt;The sacrament of warmth is true&lt;br /&gt;The sacrament is you&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-4545171476783261475?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/4545171476783261475/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=4545171476783261475&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4545171476783261475'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4545171476783261475'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2009/01/sacramen-him.html' title='The Sacramen H.I.M.'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-2912339662572639453</id><published>2008-06-06T22:38:00.000-07:00</published><updated>2008-06-06T22:42:18.734-07:00</updated><title type='text'>การเมืองเรื่องเพศ : นักการเมืองเลสเบี้ยน</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SEofieqGxhI/AAAAAAAAALk/HjFQ070KOzY/s1600-h/95740016.JPG"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SEofieqGxhI/AAAAAAAAALk/HjFQ070KOzY/s320/95740016.JPG" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5209010596213081618" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนี้กระแสความหลากหลายทางเพศมาแรง ในภาคการเมืองไทย นักเคลื่อนไหวคนหนึ่ง (หรือหลายคน) กำลังถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกรักร่วมเพศ   ซึ่งก็ไม่มีนักเคลื่อนไหวหรือนักการเมืองคนใดออกมายอมรับกันจริงๆ ทั้งที่ในทางกฎหมายแล้ว ดูว่าประเทศไทยกำลังจะก้าวหน้าในเรื่องของการให้สิทธิความหลากหลายทางเพศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แน่นอน การยอมรับว่าตนเอง เป็นกลุ่มเพศที่สาม หรือเพศที่หลากหลาย หรือ ยังเลือกเพศไม่ได้ นั้นยังไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมไทย แม้จะเป็นที่ยอมรับกันในสังคมว่า กลุ่มคนที่มีอาชีพจำพวก วงการบันเทิง ความสวยงาม ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ส่วนใหญ่จะมีเพศที่สาม ทั้งยังได้รับการยอมรับว่ามี “ฝีมือ” อยู่ในขั้นแนวหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่สำหรับวงการการเมือง ยากที่จะมีใครออกมายอมรับตรงๆ แม้จะมีข่าวลือ หรือเป็นที่รู้กันในกลุ่มนักการเมืองก็ตาม&lt;br /&gt; นั่นแปลว่า การเมืองไทยยังไม่ก้าวหน้า ??&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; มองอย่างสายตาคนไม่ชอบการเมือง ก็ต้องบอกว่า การเมือง  เป็นเรื่องของพวก “หัวโบราณ” ไร้ความก้าวหน้า ไร้จินตนาการ นโยบายส่วนใหญ่เป็นไปตามกรอบบรรทัดฐานสังคมเดิมๆ  อย่าว่าแต่นักการเมืองเพศที่สามเลย แค่นักการเมืองเพศหญิง ก็ยังหาโอกาสเกิดในเวทีการเมืองได้ยาก ถึงยากที่สุด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ทั้งที่ความเป็นนักการเมืองหญิง   ถูกนำมาเป็นจุดขาย สร้างความคึกคักให้วงการการเมือง โดยอาจยึดหมุดหมายสำคัญเมื่อ พ.ศ. 2536 สมัยรัฐบาลพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ มีผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นผู้หญิงคนแรก คือ คุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัส ช่วงนั้นองค์กรผู้หญิงก็คึกคัก ทั้งสื่อมวลชนก็ตอบรับกระแสผู้หญิงกันอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงการเลือกตั้งครั้งวันที่ 17พฤษภาคม 2539 มีผู้สมัครเป็นผู้หญิงมากมาย แต่ก็ได้รับการตอบรับมาต่ำกว่าความคาดหมาย นักการเมืองหญิงที่มีชื่อเสียง เช่น คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ สายตระกูลการเมืองเก่า ที่ปัจจุบันก็ห่างเวทีการเมืองไป  ที่ยังได้ชื่อว่าทำงานการเมืองอยู่ เช่น สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ปวีณา หงสกุล กัญจนา ศิลปอาชา ซึ่งเป็นที่สังเกตว่า แต่ละคนมีพื้นฐานครอบเป็นครอบครัวการเมือง ทำให้สามารถทำงานการเมืองได้ต่อเนื่อง ด้วยการสั่งสมชื่อเสียงมาจากอดีต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เทียบเคียงกับประเทศแถบเอเชียด้วยกัน ฟิลิปปินส์ ก็มีประธานาธิบดีหญิง อย่าง กลอเรีย อาโรโย่   เกาหลีใต้ มีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก คือ  ฮาน เมียง ซุก  บังคลาเทศ มีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก คือ คลาลิด้า เซีย  (เบกุม คาเลดาเซีย) ผู้นำพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ  ตามมาด้วย คู่แข่งต่างพรรค แต่เป็นผู้หญิงเช่นเดียวกัน คือ นางฮาสินา วาเจด หัวหน้าพรรคสันนิบาต ได้รับเลือกตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงแห่งบังคลาเทศต่อมา  (แต่การเมืองในบังคลาเทศ ถูกทหารยึดอำนาจและตั้งรัฐบาลที่กองทัพสนับสนุน และห้ามอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงทั้ง 2 คนเข้าประเทศ และเกิดความรุนแรงอันเนื่องมาจากการประท้วงของประชาชน จนประธานาธิบดี เอียจัดดิน อาเหม็ด ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้นำรัฐบาลรักษาการ และให้เลื่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นใน 22 ม.ค.นี้ ออกไปไม่มีกำหนด--อันแสดงถึงการใช้อำนาจแบบเพศชายยึดอำนาจทางการเมือง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ที่สำคัญนักการเมืองหญิงส่วนใหญ่ ที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุดของประเทศแถบเอเชีย ส่วนใหญ่มีพื้นฐานไม่ต่างจากนักการเมืองหญิงในประเทศไทย คือมีเบื้องหลังมาจากครอบครัวนักการเมือง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; คลาลิด้า เซีย ก้าวสู่เวทีการเมืองหลังจากสามี คือ ประธานาธิบดี Ziaur Rahman ผู้เป็นสามีถูกลอบสังหารเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2524  รวมทั้ง ฮาสินา วาเจด ก็เกิดในตระกูลการเมืองคู่แข่งกับนางเซีย  ที่ผลัดกันครองตำแหน่งทางการเมืองมาตั้งแต่บังกลาเทศได้รับเอกราชจากปากีสถานเมื่อปี 2514  ส่วน อาโรโย่ เป็นลูกสาวของ  Diosdado Macapagal ประธานาธิบดีคนที่ 9 ของฟิลิปปินส์ ( พ.ศ.2504)  รวมถึงนางอินทิรา คานธี แห่งอินเดีย ที่เกิดและเติบโตในตระกูลการเมือง&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่เติบโตมาจากการต่อสู้และทำงานหนัก และดูจะมี “แบ็ค” น้อยกว่าคนอื่นเห็นจะเป็น ฮาน เมียง ซุก เป็นนักสตรีนิยมสายตรง เติบโตมาจากนักเคลื่อนไหวด้านสตรีนิยม ซึ่งนับเป็นผู้ที่โดดเด่นมากที่สุด ในการก้าวสู่ตำแหน่งสูงสูดทางการเมือง &lt;br /&gt; จึงกล่าวไม่ได้ว่า การเมืองไทย ไม่ก้าวหน้า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่การเมืองทั้งโลกก็ยังเป็นแบบเดิม และโลกการเมืองเป็นพื้นที่ของเพศชายอยู่วันยังค่ำ ไม่ว่าจะในโลกตะวันออก หรือโลกตะวันตก&lt;br /&gt; แต่สำหรับแนวโน้มใหม่ที่กำลังมาแรง เห็นจะต้องไปดูที่ญี่ปุ่น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เมื่อ คานาโกะ โอซูจิ วัย 32 ปี อดีตสมาชิกสภาท้องถิ่นเมืองโอซากา  ผู้ได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาธิปไตยซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน อาจจะก้าวมาเป็นนักการเมืองระดับชาติคนแรกที่เปิดเผยตนเองว่าเป็นชาวรักร่วมเพศ ถ้าเธอได้ชนะการลงคะแนนเลือกตั้งสภาล่างของญี่ปุ่น ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;       แรงบันดาลใจของคานาโกะ ที่ทำให้เธอตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเมืองมาจากความเจ็บปวดและการอยู่อย่างโดดเดี่ยวตลอด 5 ปีที่ผ่านมา หลังจากเธอยอมรับต่อสาธารณชนว่าเป็นเลสเบี้ยน คานาโกะ รู้ตัวว่าเป็นเลสเบี้ยนเมื่อตอนอายุ 18 เธอกล่าวถึงสังคมว่า  &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;      "ในญี่ปุ่น คุณไม่สามารถบอกได้ว่าคุณเป็นเลสเบี้ยน ไม่มีสาวรักร่วมเพศคนไหนที่ได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงทางทีวีหรือด้านอื่นๆ ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจเล่นการเมืองเพื่อเปลี่ยนแนวคิดของสังคมหรือส่งแง่คิดไปยังคนอื่นๆว่าไม่ควรละอายในสิ่งที่ตัวเองเป็น" &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; คำเปิดอกของเธอ สะท้อนภาพความเป็นจริงของวงการการเมืองกับความหลากหลายทางเพศได้อย่างชัดเจนทีเดียว&lt;br /&gt; มิได้หมายความแค่การเปิดเผยของผู้หญิง แต่การเปิดเผยของผู้ชาย ก็อาจจะนำมาซึ่งผลกระทบเดียวกัน จึงยังไม่เห็นนักการเมืองคนไหนออกมายอมรับว่าตนเองมีความแตกต่างทางเพศ &lt;br /&gt; ในทางการเมือง จึงเป็นเวทีของบรรทัดฐานเดิมๆ ความเชื่อ ค่านิยมดั้งเดิม แม้จะพยายามแสดงการเปิดกว้างมากมายเพียงใด สุดท้ายกรอบความคิดเก่าๆ ก็ยังเป็นกลไกสำคัญของการเมือง &lt;br /&gt; กลไกที่เชื่อว่า การเมืองเป็นเวทีของผู้ชาย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-2912339662572639453?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/2912339662572639453/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=2912339662572639453&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/2912339662572639453'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/2912339662572639453'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2008/06/blog-post_06.html' title='การเมืองเรื่องเพศ : นักการเมืองเลสเบี้ยน'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SEofieqGxhI/AAAAAAAAALk/HjFQ070KOzY/s72-c/95740016.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-4013170152615175789</id><published>2008-04-16T00:36:00.000-07:00</published><updated>2008-04-16T00:39:41.218-07:00</updated><title type='text'>HIM Rebel Yell</title><content type='html'>เพลงโจ๊ะพังก์เพลงนี้ ไม่ใช่ของตา Ville Valo แต่งเองหรอก แต่เป็นเพลงของเจ้าพ่อพังก์ Billy Idol จากอัลบั้มชุด Same Name ออกเมื่อปี 1984 &lt;br /&gt;วงที่เล่นCover เพลลงนี้ เช่น&lt;br /&gt;HIM (เอามาเล่นแล้วดังมาก)&lt;br /&gt;Children of Bodom, Kill Hannah, Dope, The Dillinger Escape Plan, Quintaine Americana, Bullets &amp; Octane, Scooter ,Drowning Pool , ฯลฯ&lt;br /&gt;ล่าสุดในปี 2007 วง symphonic power metal ของฟินแลนด์ ชื่อ Northern Kings นำมาเล่นในอัลบั้มรวมเพลง (รวมวงแนวเดียวกันนี้หลายวง รวมทั้ง Nightwish) ชื่ออัลบั้ม Reborn&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Ville Valo ร้องเพลงนี้ได้ใจมาก ท่วงท่าพังก์ เป็นแสดงสดที่มันสุดๆ อีกเพลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="425" height="355"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/54jB3_n9qIA&amp;hl=en"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="wmode" value="transparent"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/54jB3_n9qIA&amp;hl=en" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" width="425" height="355"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-4013170152615175789?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/4013170152615175789/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=4013170152615175789&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4013170152615175789'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4013170152615175789'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2008/04/him-rebel-yell.html' title='HIM Rebel Yell'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-3922435864497183328</id><published>2008-04-15T10:16:00.000-07:00</published><updated>2008-04-15T10:21:16.969-07:00</updated><title type='text'>H.I.M.</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.zippyvideos.com/3289788464817636/him_rebell_yell_99/"&gt;&lt;img src="http://i2.zvhost.com/2/v/vx04mnte.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-3922435864497183328?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/3922435864497183328/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=3922435864497183328&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/3922435864497183328'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/3922435864497183328'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2008/04/him.html' title='H.I.M.'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-1862429191480046825</id><published>2008-04-14T06:16:00.000-07:00</published><updated>2008-04-14T06:18:55.778-07:00</updated><title type='text'>จากไปแล้วพร้อมบาป</title><content type='html'>&lt;div&gt;&lt;object width="420" height="356"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.dailymotion.com/swf/x3873p&amp;v3=1&amp;related=1"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowFullScreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowScriptAccess" value="always"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.dailymotion.com/swf/x3873p&amp;v3=1&amp;related=1" type="application/x-shockwave-flash" width="420" height="356" allowFullScreen="true" allowScriptAccess="always"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;a href="http://www.dailymotion.com/video/x3873p_him-gone-with-the-sin_music"&gt;____HIM - Gone With The Sin&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;Uploaded by &lt;a href="http://www.dailymotion.com/darksinner-lv"&gt;darksinner-lv&lt;/a&gt;&lt;/i&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"Gone With The Sin"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I love your skin oh so white ข้ารักกายของเจ้า ขาวนัก&lt;br /&gt;I love your touch cold as ice ข้ารักสัมผัสแห่งเจ้า เยือกเย็นดังน้ำแข็ง&lt;br /&gt;And I love every single tear you cry และข้ารักทุกหยาดน้ำตาของเจ้า&lt;br /&gt;I just love the way you're losing your life ข้ารักหนทางที่เจ้าสูญเสียชีวิตของเจ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Ohohohohoh my Baby, how beautiful you are โอ เด็กน้อยของข้าเจ้าช่างสวยงามเหลือเกิน&lt;br /&gt;Ohohohohoh my Darling, completely torn apart โอ ที่รักของข้า สูญสลายอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;You're gone with the sin my Baby and beautiful you are เจ้าจากไปแล้ว พร้อมบาป เจ้าเด็กน้อยของข้า -และเจ้าช่างสวยงาม&lt;br /&gt;So gone with the sin my Darling แล้ว..จากไปแล้วพร้อมกับบาป ที่รักของข้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I adore the despair in your eyes ข้าหลงใหลความสูญเสียในดวงตาของเจ้า&lt;br /&gt;I worship your lips once red as wine ข้าบูชาริมฝีปากที่เคยแดงดุจไวน์ของเจ้า&lt;br /&gt;I crave for your scent sending shivers down my spine ข้าปรารถนาให้กลิ่นของเจ้าสั่นวาบสันหลัง&lt;br /&gt;I just love the way you're running out of life ข้าเพียงรักหนทางที่เจ้าสิ้นลมหายใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Ohohohohoh my Baby, how beautiful you are&lt;br /&gt;Ohohohohoh my Darling, completely torn apart&lt;br /&gt;You're gone with the sin my Baby and beautiful you are&lt;br /&gt;So gone with the sin my Darling&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-1862429191480046825?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/1862429191480046825/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=1862429191480046825&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/1862429191480046825'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/1862429191480046825'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2008/04/blog-post.html' title='จากไปแล้วพร้อมบาป'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-4144073129664474786</id><published>2008-03-24T12:01:00.000-07:00</published><updated>2008-03-24T12:08:33.315-07:00</updated><title type='text'>การใช้ “ภาวะตั้งครรภ” เป็นอาวุธ</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/R-f8GpWHgZI/AAAAAAAAAIM/Wk2sATBthV4/s1600-h/ombg75.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://3.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/R-f8GpWHgZI/AAAAAAAAAIM/Wk2sATBthV4/s320/ombg75.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5181387087421079954" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนี้บรรยากาศบ้านเมืองและสังคมออกจะเงียบๆ เชียบๆ และซึมเซาอย่างไรชอบกลนะคะ เวทีชายหญิงก็พลอยซึมกระทือไปด้วยค่ะ &lt;br /&gt; แต่จู่ๆ ครอบครัวของข้าพเจ้าก็ปั่นป่วนขึ้นมาอีกหนค่ะ เมื่อน้องชายคุณสามี ที่วันก่อนคุยกับข้าพเจ้าในเอ็ม (อ่า..ทันสมัยค่ะ) ว่าได้ไล่แฟนสาว (คนที่เท่าไหร่ไม่ทราบ) ออกไปจากบ้านแล้วเพราะเบื่อ มาวันนี้ค่ะ ข่าวคราวเปลี่ยนแปลงไปเป็นว่า แฟนสาวคนนั้นกลับมาด้วยแผ่นตรวจการตั้งครรภ์ 3 แผ่น (หมายความว่าเจ้าหล่อนตรวจถึง 3 รอบ) ว่าเจ้าหล่อนท้อง!!&lt;br /&gt; เฮ้อ.. ท้อง ท้อง ท้อง &lt;br /&gt; นี่เป็นความกระอักกระอ่วนเหลือประมาณ สำหรับข้าพเจ้า ประการแรก ข้าพเจ้ารู้นิสัยน้องชายดี มองเห็นน้องชายทิ้งผู้หญิงมาหลายราย รวมทั้งอดีตภรรยา ที่ข้าพเจ้าสนิทสนมเป็นพิเศษ (จนปัจจุบันก็สนิทอยู่)  ข้าพเจ้ามองเห็นความไม่ทน ไม่จริงจัง ในน้ำเสียงของเขา ที่บ่นก็เป็นแต่เพียงความกลุ้มใจที่ไม่รู้จะจัดการกับปัญหาของตนอย่างไร &lt;br /&gt; ประการต่อมา ข้าพเจ้าเคยเห็นหญิงสาวคนนั้นของน้องชาย และรู้ด้วยสัญชาตญาณของเพศหญิงว่า เจ้าหล่อนรักและหวงน้องชายยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก  หวงอย่างในละครน้ำเน่า  เป็นอาการที่เมื่อเราเห็นก็มีแต่อยากจะออกห่างน้องชายเสีย กลัวหล่อนจะพลอยหวงเราไปด้วย&lt;br /&gt; ประการสุดท้าย ข้าพเจ้ามองเห็นแต่ปัญหา ทั้งในระดับครอบครัวและระดับประเทศ  ปัญหามารอตรงหน้าของน้องชาย และเด็กสาวคนนั้น ซึ่งมันก็ขยายออกไปเป็นปัญหาสังคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; น้องชายและหญิงสาวของเขา ก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปในสมัยนี้ คือ อยู่ก่อนแต่ง โดยความหมายของการอยู่ก่อนแต่งของทั้ง 2 ฝ่าย ต่างกันโดยสิ้นเชิง &lt;br /&gt; ฝ่ายชาย อยู่ด้วยกันเพราะสบาย สนองความต้องการ และมองว่า ฝ่ายหญิงก็มาอยู่ด้วยง่ายๆ น่าจะเข้าใจการมาอยู่ด้วยกันแบบนี้ อนาคตค่อยว่ากันอีกที นี่ผู้ชาย&lt;br /&gt; แต่ผู้หญิงมันไม่อย่างนั้นสิคะ ความคิดของเจ้าหล่อนก็คือ มาอยู่ด้วยกันเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ เพื่อควบคุม เพื่อตามติด เพื่อตามหึง และเพื่อต่อไปผู้ชายมันจะต้องไปขอชั้นแต่งงานแน่ๆ อุตส่าห์มาอยู่ด้วยเป็นผัวเป็นเมียตั้งนานสองนาน มันต้องรับผิดชอบ นี่คือผู้หญิง&lt;br /&gt; ไม่ได้หมายความว่าทุกคู่เป็นแบบนี้ แต่ส่วนหนึ่ง เป็นแบบนี้ล่ะคะ&lt;br /&gt; เมื่อคิดด้วยเหตุผลคนละชุด ในที่สุดก็เลิกร้างกันไป เจ็บปวดมั่ง สร้างปัญหามั่ง อย่างร้ายๆ ก็ไล่ฆ่ากันมาเป็นข่าวก็หลายข่าวแล้ว&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; ไม่รู้จะกล่าวว่ามันคือปัญหาของความแตกต่างทางเพศหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ มันเป็นปัญหาของสังคม การขาดความรับผิดชอบต่อตัวเองในฐานะมนุษย์อันเป็นหน่วยย่อยของสังคม&lt;br /&gt; สังคมไม่สอนให้มนุษย์เพศชายต้องรับผิดชอบ เพราะมนุษย์เพศชายไม่เคยผิด โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับเพศ แทบไม่มีความเสียหายเลยแม้แต่น้อย ในเรื่องการหอบผ้าผ่อนไปอยู่กับผู้หญิงคนไหน หรือเปิดบ้านรับใครมานอนด้วย ธรรมดามาก ความผิดตกอยู่กับผู้หญิงทั้งสิ้น ในสังคมล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยคำสั่งสอน หรือ วาทกรรม อันตอกย้ำความเป็นเบื้องล่างของผู้หญิง เช่น หอบผ้าหนีตามผู้ชาย มีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน ใจง่าย มั่วผู้ชาย ลองคิดสิคะว่า ข้อกล่าวหาเดียวกันนี้ เมื่อไปอยู่ที่หน้าผู้ชาย ดูมันจะไม่เจ็บไม่ปวดเอาเสียเลย เป็นข้อดีเสียด้วยซ้ำ&lt;br /&gt; &lt;br /&gt; กลับมาถึงเรื่องของครอบครัว&lt;br /&gt; ความซับซ้อนมันเกิดขึ้น เพราะแม่เด็กสาว เอา “ภาวะตั้งครรภ์” มาเป็นอาวุธ ในการจับผู้ชายให้อยู่หมัด เป็นไม้ตายขั้นสุดท้ายของผู้หญิง&lt;br /&gt; ในกรณีนี้ เรากล่าวได้ว่า ผู้หญิงต้องการมีท้อง แต่ผู้ชายไม่ต้องการให้ท้อง นี่เองที่เป็นปัญหา  เพราะหล่อนไม่ได้ต้องการทำลายลูกในท้อง เราจึงไม่ได้เรียกร้องให้มีการทำแท้ง  ไม่เกี่ยวกับการทำแท้งเสรี สิ่งเดียวที่ผู้หญิงท้องการคือความรับผิดชอบจากผู้ชาย ตรงๆ ก็คือ “แต่งงานกะชั้นซะ ชั้นท้องแล้วเว้ย” มันเป็นอาวุธที่ใช้กับทั้งครอบครัวของผู้ชายเลยทีเดียว&lt;br /&gt; แต่มันคือความกระอักกระอ่วน ของครอบครัว ข้าพเจ้าเองก็ได้ยุให้น้องชายแต่งๆ เสียให้จบปัญหา เพราะมันมาถึงขนาดนี้แล้ว แต่สามีกลับบอกว่า เฮ้ย มันท้องจริงรึ ไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกที นี่คือการรับมือกับปัญหาเดียวกัน ที่ต่างกันระหว่าง 2 เพศ ที่สำคัญ ไอ้น้องชายมันอยากแต่งกะคนนี้เสียที่ไหน มันว่า มันเบื่อจะแย่แล้ว&lt;br /&gt; นี่ล่ะ ปัญหา&lt;br /&gt; เพราะฝ่ายชายแสดงออกชัดเจนว่า ไม่ต้องการ แต่หากว่ากันตามทำนองคลองธรรม ครอบครัวฝ่ายชายก็ต้องจัดการตบแต่งเสียให้เรียบร้อย ไม่ให้ฝ่ายหญิงเสียหน้าเสียเกียรติ  แต่ชีวิตล่ะคะ ชีวิตคู่ที่ทำท่าจะล่มตั้งแต่ยังไม่แต่ง มันจะไปอย่างไร&lt;br /&gt; ข้าพเจ้ามองเห็นความเจ็บช้ำ น้ำตา ของฝ่ายหญิง สงสารว่าหากไม่ได้รับการแต่งก็เสียหน้าและเสียใจ แต่ถ้าเธอแต่งงานมากับน้องชายคนนี้แล้วเธอจะเสียใจอีกแค่ไหน ชีวิตของหล่อนจะเป็นอย่างไร หล่อนช่างเลือกชีวิตของตัวเองให้เข้าตาจนเสียจริง โดยเอาภาวะการตั้งครรภ์มาเป็นอาวุธ&lt;br /&gt; ใช่ค่ะ มันเป็นอาวุธ ที่ใช้บังคับฝ่ายชายได้ และน่าจะได้ผลด้วย&lt;br /&gt; แต่อาวุธเดียวกันนี้ จะต้องมาทำร้าย และทิ่มแทงหล่อนทั้งชีวิต แบกรับภาระมากมายอันต่อเนื่องมาจากลูกในท้อง ยังไม่นับรวมว่าจะต้องใช้ชีวิตกับสามีที่ไม่รับผิดชอบ&lt;br /&gt; ข้าพเจ้าคิดว่า รัฐควรรณรงค์การใช้ถุงยางให้มากขึ้น และควรจะรณรงค์อย่างเป็นธรรมชาติ การใช้ถุงยางเป็นการรับผิดชอบต่อตนเองและต่ออีกฝ่าย ไม่ใช้รณรงค์โง่ๆ เหมือนเป็นตัวตลกอย่างที่ในโฆษณาปัจจุบันทำออกมา  โฆษณาชิ้นนั้นทำขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน และทไม้เป็นเรื่องตลก คนคิดโฆษณาอาจมองว่าทำให้ขำขำ เข้าไว้ เด็กจะได้กล้าใช้กล้าซื้อ แต่มันไม่ใช่เรื่องขำขำค่ะมันเป็นเรื่องของการรับผิดชอบชีวิตของตนเองและของคนอื่น และที่สำคัญ คนจะซื้อถุงยางไม่ใช่แต่ผู้ชาย ผู้หญิงเองนั่นล่ะ จำเป็นต้องซื้อถุงยางด้วย พวกหล่อนควรรู้จักซื้อถุงยางด้วยตัวเอง และรู้จักการรับผิดชอบชีวิตของตัวเองด้วยการใช้ถึงยาง&lt;br /&gt; อย่าคิดว่า โอ๊ยย รักคนนี้ ไม่ใช้ถุงยาง ท้องก็ขอท้องกับคนนี้ &lt;br /&gt; บางทีเด็กสาวๆ สมัยนี้ดูละครน้ำเน่ามากไป ทั้งยังเสริมสติปัญญาด้วยข่าวบันเทิงรายวันอีกด้วย จึงทำให้คิดว่า การท้อง เป็นการถือไพ่เหนือกว่าของเพศหญิง &lt;br /&gt; เปล่าค่ะ การท้อง ทำให้พวกหล่อนไร้ทางเลือก เปรียบเสมือนถือไพ่ Death ทุกอย่างตาย เรียบ ไร้ทางออก และพวกหล่อนจะถูกต้อนเข้าสู่ชีวิตครอบครัวอันไร้ทางเลือก ไปสู่ภาระหนักหนาของเพศแม่และเมีย เข้าสู่วงจรซ้ำซาก ไร้ปากเสียง ไร้ตัวตน&lt;br /&gt; ข้าพเจ้าอาจจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บทความนี้ตีพิมพ์ในนิตยสารคนมีสี&lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-4144073129664474786?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/4144073129664474786/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=4144073129664474786&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4144073129664474786'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4144073129664474786'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2008/03/blog-post.html' title='การใช้ “ภาวะตั้งครรภ” เป็นอาวุธ'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/R-f8GpWHgZI/AAAAAAAAAIM/Wk2sATBthV4/s72-c/ombg75.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-3247066809455372776</id><published>2008-03-07T09:30:00.000-08:00</published><updated>2008-03-07T09:34:19.091-08:00</updated><title type='text'>Apocalyptica  และ  Linda Sundblad.</title><content type='html'>&lt;object width="425" height="355"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/PYB83MNp3ac"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="wmode" value="transparent"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/PYB83MNp3ac" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" width="425" height="355"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Apocalyptica feat Linda Sundblad - &lt;br /&gt;Faraway &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;There is something in the way&lt;br /&gt;You're always somewhere else&lt;br /&gt;Feelings have deserted me&lt;br /&gt;To a point of no return&lt;br /&gt;I don't believe in God&lt;br /&gt;But I pray for you&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Don't you slip away from me&lt;br /&gt;It's you I live for&lt;br /&gt;Don't you leave no&lt;br /&gt;Don't you slip away from me&lt;br /&gt;I'm vulnerable to your love&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;There is something in the way&lt;br /&gt;You're always somewhere else&lt;br /&gt;Feelings have deserted me&lt;br /&gt;To a point of no return&lt;br /&gt;So the light fades out&lt;br /&gt;And you're so close to lose it&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Don't you slip away from me&lt;br /&gt;It's you I live for&lt;br /&gt;Don't you leave no&lt;br /&gt;Don't you slip away from me&lt;br /&gt;I'm vulnerable to your love&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Don't you slip away from me&lt;br /&gt;It's you I live my life for&lt;br /&gt;Don't you slip away from me&lt;br /&gt;I'm vulnerable to your love&lt;br /&gt;Don't you slïp away&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-3247066809455372776?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/3247066809455372776/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=3247066809455372776&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/3247066809455372776'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/3247066809455372776'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2008/03/apocalyptica-linda-sundblad.html' title='Apocalyptica  และ  Linda Sundblad.'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-5876330522578989188</id><published>2008-01-17T22:34:00.000-08:00</published><updated>2008-01-20T08:46:19.681-08:00</updated><title type='text'>nightwish --</title><content type='html'>&lt;object width="425" height="355"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/Y6M19uaDaJE&amp;rel=1"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="wmode" value="transparent"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/Y6M19uaDaJE&amp;rel=1" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" width="425" height="355"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; Wish I Had An Angel&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Deep into a dying day&lt;br /&gt;I took a step outside an innocent heart&lt;br /&gt;Prepare to hate me fall when I may&lt;br /&gt;This night will hurt you like never before&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Old loves they die hard&lt;br /&gt;Old lies they die harder&lt;br /&gt;I wish I had an angel&lt;br /&gt;For one moment of love&lt;br /&gt;I wish I had your angel&lt;br /&gt;Your Virgin Mary undone&lt;br /&gt;I`m in love with my lust&lt;br /&gt;Burning angel wings to dust&lt;br /&gt;I wish I had your angel tonight&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I`m going down so frail `n cruel&lt;br /&gt;Drunken disguise changes all the rules&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Old loves they die hard&lt;br /&gt;Old lies they die harder&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I wish I had an angel&lt;br /&gt;For one moment of love&lt;br /&gt;I wish I had your angel&lt;br /&gt;Your Virgin Mary undone&lt;br /&gt;I`m in love with my lust&lt;br /&gt;Burning angel wings to dust&lt;br /&gt;I wish I had your angel tonight&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Greatest thrill&lt;br /&gt;Not to kill&lt;br /&gt;But to have the prize of the night&lt;br /&gt;Hypocrite&lt;br /&gt;Wannabe friend&lt;br /&gt;13th disciple who betrayed me for nothing!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Last dance, first kiss&lt;br /&gt;Your touch my bliss&lt;br /&gt;Beauty always comes with dark thoughts&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;[sighing and laughter]&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I wish I had an angel&lt;br /&gt;For one moment of love&lt;br /&gt;I wish I had your angel&lt;br /&gt;Your Virgin Mary undone&lt;br /&gt;I`m in love with my lust&lt;br /&gt;Burning angel wings to dust&lt;br /&gt;I wish I had your angel tonight&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;[x4]&lt;br /&gt;I wish I had an angel...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-5876330522578989188?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/5876330522578989188/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=5876330522578989188&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/5876330522578989188'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/5876330522578989188'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2008/01/nightwish.html' title='nightwish --'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-90925352750958632</id><published>2007-12-28T00:43:00.000-08:00</published><updated>2007-12-28T00:48:37.464-08:00</updated><title type='text'>คลั่งรัก muse</title><content type='html'>&lt;object width="425" height="355"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/61itwkWp5q4&amp;rel=1"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="wmode" value="transparent"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/61itwkWp5q4&amp;rel=1" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" width="425" height="355"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Hysteria&lt;br /&gt;muse&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;It's bugging me, grating me&lt;br /&gt;And twisting me around&lt;br /&gt;Yeah I'm endlessly caving in&lt;br /&gt;And turning inside out&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;'cause I want it now&lt;br /&gt;I want it now&lt;br /&gt;Give me your heart and your soul&lt;br /&gt;And I'm breaking out&lt;br /&gt;I'm breaking out&lt;br /&gt;Last chance to lose control&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;It's holding me, morphing me&lt;br /&gt;And forcing me to strive&lt;br /&gt;To be endlessly cold within&lt;br /&gt;And dreaming I'm alive&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;'cause I want it now&lt;br /&gt;I want it now&lt;br /&gt;Give me your heart and your soul&lt;br /&gt;And I'm not breaking down&lt;br /&gt;I'm breaking out&lt;br /&gt;Last chance to lose control&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;And I want you now&lt;br /&gt;I want you now&lt;br /&gt;I'll feel my heart implode&lt;br /&gt;And I'm breaking out&lt;br /&gt;Escaping now&lt;br /&gt;Feeling my faith erode&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-90925352750958632?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/90925352750958632/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=90925352750958632&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/90925352750958632'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/90925352750958632'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/12/muse.html' title='คลั่งรัก muse'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-8065710915497923264</id><published>2007-11-27T07:53:00.000-08:00</published><updated>2007-11-27T07:59:25.186-08:00</updated><title type='text'>มิโดริสงสัยว่า ทำไมมนุษย์เพศเมียจึงต้องมีมดลูก</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/R0w-tNbWrvI/AAAAAAAAAFU/5ixAGMc_anE/s1600-h/skyview.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/R0w-tNbWrvI/AAAAAAAAAFU/5ixAGMc_anE/s320/skyview.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5137550221342322418" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันนี้ มิโดริเล่นเอ็มแต่เช้า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จู่ๆ หญิงสาวจากหลุมดำ ก็ออนมาแล้วบอกว่า เธอกำลังเมา และเธอกลัวว่าจะมีปรสิตของเขาตกค้างอยู่ในมดลูก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; พระเจ้า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มิโดริคิดว่า พระเจ้าไม่น่าสร้างมดลูกให้ผู้หญิงเลย พระเจ้าน่าจะสร้างที่อุ้มตัวอ่อนไว้ที่หน้าท้องของมนุษย์ตัวผู้ และเมื่อมนุษย์มีเพศสัมพันธ์กัน มนุษย์ตัวผู้จะรับไข่จากมนุษย์ตัวเมียไปเก็บไว้ที่กระเป๋าหน้าท้อง และอุ้มท้องอยู่อย่างนั้นจนเก้าเดือน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมมนุษย์เพศเมียนอกจากมีภาระมากมายและ ยังต้องรับภาระทางสังคม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากท้อง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะต้องตอบคำถามของสังคมมากมาย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งๆ ที่มันก็แค่ธรรมชาติว่า เป็นเพราะเพศเมียอุ้มมดลูก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และหากมนุษย์เพศเมียคนนั้น ไม่ต้องการไอ้คนที่ทำให้ท้อง หล่อนก็มีสิทธิที่จะท้องโดยไม่มีพ่อมิใช่หรือ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือหากหล่อนไม่ต้องการจะอุ้มท้อง หล่อนมีสิทธิที่จะเอาตัวอ่อนออกไปหรือไม่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ทั้งมิโดริ และหญิงสาวจากหลุมดำ ไม่อยากอุ้มท้องด้วยเหตุผลที่อาจจะต่างกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ทั้งสองคนก็ไม่ต้องการมีตัวอ่อน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มิโดริ คิดถึงหญิงสาวจากแผ่นดินแล้งคนหนึ่ง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หล่อนยอมที่จะท้อง เพราะคิดว่า ท้องของหล่อนจะจับมนุษย์เพศชายคนที่นอนกับหล่อนได้สำเร็จ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระเจ้าช่างสร้างสมองเท่าเมล็ดถั่วให้หล่อน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะมนุษย์เพศชายตัวนั้น ไม่ต้องการทั้งหล่อน และท้องของหล่อน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หล่อนคงต้องเอาตัวอ่อนออก เพราะหล่อนไม่เป้นที่ต้องการ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันจะเจ็บปวดมาก หากพบว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มิโดริรู้ว่า การท้อง ไม่ได้ทำให้มนุษย์เพศผู้เห็นใจ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และสังคม ก็ไม่พร้อมจะเห็นใจมนุษย์เพศเมียที่ท้องโดยไร้ผัว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวจากหลุมดำกินยาชนิดหนึ่ง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มิโดริก็เคยกิน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณประเทศนี้ ที่ยังมียาแบบนี้ให้กิน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และมิโดริก็คิดไปถึงหญิงสาวจากปราสาทเก่าอีกคนหนึ่ง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หล่อนกินยาชนิดเดียวกัน มากกว่า 3 ครั้ง ใน 1 เดือน อันตราย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หล่อนท้อง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และหมอวินิจฉัยว่า ตัวอ่อนของหล่อนปัญญาอ่อน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; หล่อนพอใจที่จะเอาตัวอ่อนออกไปจากท้องของหล่อน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช่ มันถูกกฎหมาย เพราะตัวอ่อนของหล่อนปัญญาอ่อน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มิโดริ ชักเหนื่อย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไม มนุษย์เพศเมีย จึงมีภาระมากมาย อันเกิดจากมดลูกของพวกหล่อนด้วยนะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-8065710915497923264?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/8065710915497923264/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=8065710915497923264&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/8065710915497923264'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/8065710915497923264'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/11/blog-post_27.html' title='มิโดริสงสัยว่า ทำไมมนุษย์เพศเมียจึงต้องมีมดลูก'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/R0w-tNbWrvI/AAAAAAAAAFU/5ixAGMc_anE/s72-c/skyview.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-5738279221034896253</id><published>2007-11-04T06:27:00.001-08:00</published><updated>2007-11-04T06:27:14.864-08:00</updated><title type='text'>มีอยู่จริง เทพแห่งสแกนดิเนเวีย ดูเขาแสดงสด สุดยอด</title><content type='html'>มีอยู่จริง เทพแห่งสแกนดิเนเวีย ดูเขาแสดงสด สุดยอด&lt;br /&gt;การแสดงสดขั้นสุดยอด ที่ทำให้ฉันเชื่อว่า เขาเป็นเอลฟ์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="425" height="355"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/aFW7oTEqKgc&amp;rel=1"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="wmode" value="transparent"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/aFW7oTEqKgc&amp;rel=1" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" width="425" height="355"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-5738279221034896253?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/5738279221034896253/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=5738279221034896253&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/5738279221034896253'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/5738279221034896253'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/11/blog-post_04.html' title='มีอยู่จริง เทพแห่งสแกนดิเนเวีย ดูเขาแสดงสด สุดยอด'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-4263836803875401144</id><published>2007-11-03T05:58:00.000-07:00</published><updated>2007-11-03T06:03:31.407-07:00</updated><title type='text'>โอ.. พระเจ้า ข้าหลงรักพวกเขา เทพเจ้าแห่งสแกนดิเนเวีย</title><content type='html'>&lt;object width="425" height="355"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/rbTozgoj9OQ&amp;rel=1"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="wmode" value="transparent"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/rbTozgoj9OQ&amp;rel=1" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" width="425" height="355"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Apocalyptica&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพลง nothing else matters ของ Metallica&lt;br /&gt;ในแบบคลาสสิค&lt;br /&gt;ชวนหลงรัก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-4263836803875401144?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/4263836803875401144/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=4263836803875401144&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4263836803875401144'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4263836803875401144'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/11/blog-post.html' title='โอ.. พระเจ้า ข้าหลงรักพวกเขา เทพเจ้าแห่งสแกนดิเนเวีย'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-6144879546224408051</id><published>2007-10-15T05:58:00.001-07:00</published><updated>2007-10-15T06:05:55.431-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='กุหลาบ กวี'/><title type='text'>กุหลาบ</title><content type='html'>&lt;p align="left"&gt;&lt;a href="http://www.thaiwriternetwork.com/memberpic/mataree130207rose.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand" alt="" src="http://www.thaiwriternetwork.com/memberpic/mataree130207rose.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดอกกุหลาบบาน&lt;br /&gt;เพียงชั่วครู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยามเช้าผ่านไปแล้ว&lt;br /&gt;แสงแดดเผา&lt;br /&gt;กุหลาบกลั่นเป็นเลือด&lt;br /&gt;ไหล นอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยามเที่ยงผ่านไป&lt;br /&gt;เลือดแห่งกุหลาบนองเต็มหัวใจ&lt;br /&gt;สะท้านสะเทือนภายใน&lt;br /&gt;มิมีดอก&lt;br /&gt;มิมีดอก&lt;br /&gt;มิมีความรัก&lt;br /&gt;สู่ยามเย็นอันร่วงโรย&lt;br /&gt;แล้ววันก็ผ่านไป&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-6144879546224408051?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/6144879546224408051/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=6144879546224408051&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/6144879546224408051'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/6144879546224408051'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/10/blog-post_15.html' title='กุหลาบ'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-502056851882670277</id><published>2007-08-29T11:26:00.000-07:00</published><updated>2007-08-29T11:30:48.722-07:00</updated><title type='text'>starsailors เพลง In The Crossfire</title><content type='html'>ชอบเพลงนี้ค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;object width="425" height="335"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.dailymotion.com/swf/UNrrHYNt93DfA1qjF"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowfullscreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.dailymotion.com/swf/UNrrHYNt93DfA1qjF" type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="335" allowfullscreen="true"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;a href="http://www.dailymotion.com/video/x79yb_in-the-crossfire_music"&gt;In The Crossfire&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;Uploaded by &lt;a href="http://www.dailymotion.com/thegabe85"&gt;thegabe85&lt;/a&gt;&lt;/i&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;In The Crossfire Lyrics&lt;br /&gt;Artist(Band):Starsailor &lt;br /&gt; &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Send polyphonic ringtone to your cell phone&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I don't see myself when I look in the mirror&lt;br /&gt;I see who I should be&lt;br /&gt;I don't see myself when I look in your eyes&lt;br /&gt;Thank God for that&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I don't see myself when I look cross the river&lt;br /&gt;I see where I should be&lt;br /&gt;I don't see myself when I look from the sky&lt;br /&gt;Thank God for that&lt;br /&gt;I hear them screaming &lt;br /&gt;On the radio&lt;br /&gt;Its getting louder&lt;br /&gt;In the crossfire&lt;br /&gt;Trying to find some hope&lt;br /&gt;From the ashes of their broken homes&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I don't see myself when they fail to deliver&lt;br /&gt;I see what I should be&lt;br /&gt;I don't see myself when I look at the flag&lt;br /&gt;Thank God for that&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I hear them screaming &lt;br /&gt;On the radio&lt;br /&gt;It's getting louder&lt;br /&gt;In the crossfire&lt;br /&gt;Trying to find some hope&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Our day will come&lt;br /&gt;We'll find the sun&lt;br /&gt;We'll find the fire &lt;br /&gt;We'll sanctify&lt;br /&gt;The love we gave&lt;br /&gt;Our one desire&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I hear them screaming &lt;br /&gt;On the radio&lt;br /&gt;Its getting louder&lt;br /&gt;In the crossfire&lt;br /&gt;Trying to find some hope&lt;br /&gt;I hear them screaming &lt;br /&gt;On the radio&lt;br /&gt;Its getting louder&lt;br /&gt;In the crossfire&lt;br /&gt;Trying to find some hope&lt;br /&gt;From the ashes of their broken homes&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I don't see myself when I look in the mirror&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-502056851882670277?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/502056851882670277/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=502056851882670277&amp;isPopup=true' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/502056851882670277'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/502056851882670277'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/08/starsailors-in-crossfire.html' title='starsailors เพลง In The Crossfire'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-7066963684054148485</id><published>2007-08-27T17:02:00.000-07:00</published><updated>2007-08-27T17:07:05.841-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเมือง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เลสเบี้ยน'/><title type='text'>การเมืองเรื่องเพศ : นักการเมืองเลสเบี้ยน</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/RtNmiW4dXNI/AAAAAAAAAEs/PpZ73r2zXT4/s1600-h/she.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5103535543184874706" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/RtNmiW4dXNI/AAAAAAAAAEs/PpZ73r2zXT4/s320/she.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;ช่วงนี้กระแสความหลากหลายทางเพศมาแรง ในภาคการเมืองไทย นักเคลื่อนไหวคนหนึ่ง (หรือหลายคน) กำลังถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกรักร่วมเพศ ซึ่งก็ไม่มีนักเคลื่อนไหวหรือนักการเมืองคนใดออกมายอมรับกันจริงๆ ทั้งที่ในทางกฎหมายแล้ว ดูว่าประเทศไทยกำลังจะก้าวหน้าในเรื่องของการให้สิทธิความหลากหลายทางเพศ&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;แน่นอน การยอมรับว่าตนเอง เป็นกลุ่มเพศที่สาม หรือเพศที่หลากหลาย หรือ ยังเลือกเพศไม่ได้ นั้นยังไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมไทย แม้จะเป็นที่ยอมรับกันในสังคมว่า กลุ่มคนที่มีอาชีพจำพวก วงการบันเทิง ความสวยงาม ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม ส่วนใหญ่จะมีเพศที่สาม ทั้งยังได้รับการยอมรับว่ามี “ฝีมือ” อยู่ในขั้นแนวหน้า&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;แต่สำหรับวงการการเมือง ยากที่จะมีใครออกมายอมรับตรงๆ แม้จะมีข่าวลือ หรือเป็นที่รู้กันในกลุ่มนักการเมืองก็ตาม&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;นั่นแปลว่า การเมืองไทยยังไม่ก้าวหน้า ??&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;มองอย่างสายตาคนไม่ชอบการเมือง ก็ต้องบอกว่า การเมือง เป็นเรื่องของพวก “หัวโบราณ” ไร้ความก้าวหน้า ไร้จินตนาการ นโยบายส่วนใหญ่เป็นไปตามกรอบบรรทัดฐานสังคมเดิมๆ อย่าว่าแต่นักการเมืองเพศที่สามเลย แค่นักการเมืองเพศหญิง ก็ยังหาโอกาสเกิดในเวทีการเมืองได้ยาก ถึงยากที่สุด &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;ทั้งที่ความเป็นนักการเมืองหญิง ถูกนำมาเป็นจุดขาย สร้างความคึกคักให้วงการการเมือง โดยอาจยึดหมุดหมายสำคัญเมื่อ พ.ศ. 2536 สมัยรัฐบาลพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ มีผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นผู้หญิงคนแรก คือ คุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัส ช่วงนั้นองค์กรผู้หญิงก็คึกคัก ทั้งสื่อมวลชนก็ตอบรับกระแสผู้หญิงกันอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงการเลือกตั้งครั้งวันที่ 17พฤษภาคม 2539 มีผู้สมัครเป็นผู้หญิงมากมาย แต่ก็ได้รับการตอบรับมาต่ำกว่าความคาดหมาย นักการเมืองหญิงที่มีชื่อเสียง เช่น คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ สายตระกูลการเมืองเก่า ที่ปัจจุบันก็ห่างเวทีการเมืองไป ที่ยังได้ชื่อว่าทำงานการเมืองอยู่ เช่น สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ปวีณา หงสกุล กัญจนา ศิลปอาชา ซึ่งเป็นที่สังเกตว่า แต่ละคนมีพื้นฐานครอบเป็นครอบครัวการเมือง ทำให้สามารถทำงานการเมืองได้ต่อเนื่อง ด้วยการสั่งสมชื่อเสียงมาจากอดีต&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;เทียบเคียงกับประเทศแถบเอเชียด้วยกัน ฟิลิปปินส์ ก็มีประธานาธิบดีหญิง อย่าง กลอเรีย อาโรโย่ เกาหลีใต้ มีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก คือ ฮาน เมียง ซุก บังคลาเทศ มีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก คือ คลาลิด้า เซีย (เบกุม คาเลดาเซีย) ผู้นำพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ ตามมาด้วย คู่แข่งต่างพรรค แต่เป็นผู้หญิงเช่นเดียวกัน คือ นางฮาสินา วาเจด หัวหน้าพรรคสันนิบาต ได้รับเลือกตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงแห่งบังคลาเทศต่อมา (แต่การเมืองในบังคลาเทศ ถูกทหารยึดอำนาจและตั้งรัฐบาลที่กองทัพสนับสนุน และห้ามอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงทั้ง 2 คนเข้าประเทศ และเกิดความรุนแรงอันเนื่องมาจากการประท้วงของประชาชน จนประธานาธิบดี เอียจัดดิน อาเหม็ด ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้นำรัฐบาลรักษาการ และให้เลื่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นใน 22 ม.ค.นี้ ออกไปไม่มีกำหนด--อันแสดงถึงการใช้อำนาจแบบเพศชายยึดอำนาจทางการเมือง)&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;ที่สำคัญนักการเมืองหญิงส่วนใหญ่ ที่อยู่ในตำแหน่งสูงสุดของประเทศแถบเอเชีย ส่วนใหญ่มีพื้นฐานไม่ต่างจากนักการเมืองหญิงในประเทศไทย คือมีเบื้องหลังมาจากครอบครัวนักการเมือง &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;คลาลิด้า เซีย ก้าวสู่เวทีการเมืองหลังจากสามี คือ ประธานาธิบดี Ziaur Rahman ผู้เป็นสามีถูกลอบสังหารเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2524 รวมทั้ง ฮาสินา วาเจด ก็เกิดในตระกูลการเมืองคู่แข่งกับนางเซีย ที่ผลัดกันครองตำแหน่งทางการเมืองมาตั้งแต่บังกลาเทศได้รับเอกราชจากปากีสถานเมื่อปี 2514 ส่วน อาโรโย่ เป็นลูกสาวของ Diosdado Macapagal ประธานาธิบดีคนที่ 9 ของฟิลิปปินส์ ( พ.ศ.2504) รวมถึงนางอินทิรา คานธี แห่งอินเดีย ที่เกิดและเติบโตในตระกูลการเมือง&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;ที่เติบโตมาจากการต่อสู้และทำงานหนัก และดูจะมี “แบ็ค” น้อยกว่าคนอื่นเห็นจะเป็น ฮาน เมียง ซุก เป็นนักสตรีนิยมสายตรง เติบโตมาจากนักเคลื่อนไหวด้านสตรีนิยม ซึ่งนับเป็นผู้ที่โดดเด่นมากที่สุด ในการก้าวสู่ตำแหน่งสูงสูดทางการเมือง &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;จึงกล่าวไม่ได้ว่า การเมืองไทย ไม่ก้าวหน้า &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;แต่การเมืองทั้งโลกก็ยังเป็นแบบเดิม และโลกการเมืองเป็นพื้นที่ของเพศชายอยู่วันยังค่ำ ไม่ว่าจะในโลกตะวันออก หรือโลกตะวันตก&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;แต่สำหรับแนวโน้มใหม่ที่กำลังมาแรง เห็นจะต้องไปดูที่ญี่ปุ่น &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ คานาโกะ โอซูจิ วัย 32 ปี อดีตสมาชิกสภาท้องถิ่นเมืองโอซากา ผู้ได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาธิปไตยซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน อาจจะก้าวมาเป็นนักการเมืองระดับชาติคนแรกที่เปิดเผยตนเองว่าเป็นชาวรักร่วมเพศ ถ้าเธอได้ชนะการลงคะแนนเลือกตั้งสภาล่างของญี่ปุ่น ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ แรงบันดาลใจของคานาโกะ ที่ทำให้เธอตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเมืองมาจากความเจ็บปวดและการอยู่อย่างโดดเดี่ยวตลอด 5 ปีที่ผ่านมา หลังจากเธอยอมรับต่อสาธารณชนว่าเป็นเลสเบี้ยน คานาโกะ รู้ตัวว่าเป็นเลสเบี้ยนเมื่อตอนอายุ 18 เธอกล่าวถึงสังคมว่า &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;"ในญี่ปุ่น คุณไม่สามารถบอกได้ว่าคุณเป็นเลสเบี้ยน ไม่มีสาวรักร่วมเพศคนไหนที่ได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงทางทีวีหรือด้านอื่นๆ ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจเล่นการเมืองเพื่อเปลี่ยนแนวคิดของสังคมหรือส่งแง่คิดไปยังคนอื่นๆว่าไม่ควรละอายในสิ่งที่ตัวเองเป็น" &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;คำเปิดอกของเธอ สะท้อนภาพความเป็นจริงของวงการการเมืองกับความหลากหลายทางเพศได้อย่างชัดเจนทีเดียว&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;มิได้หมายความแค่การเปิดเผยของผู้หญิง แต่การเปิดเผยของผู้ชาย ก็อาจจะนำมาซึ่งผลกระทบเดียวกัน จึงยังไม่เห็นนักการเมืองคนไหนออกมายอมรับว่าตนเองมีความแตกต่างทางเพศ &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;ในทางการเมือง จึงเป็นเวทีของบรรทัดฐานเดิมๆ ความเชื่อ ค่านิยมดั้งเดิม แม้จะพยายามแสดงการเปิดกว้างมากมายเพียงใด สุดท้ายกรอบความคิดเก่าๆ ก็ยังเป็นกลไกสำคัญของการเมือง &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;กลไกที่เชื่อว่า การเมืองเป็นเวทีของผู้ชาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-7066963684054148485?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/7066963684054148485/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=7066963684054148485&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/7066963684054148485'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/7066963684054148485'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/08/blog-post_27.html' title='การเมืองเรื่องเพศ : นักการเมืองเลสเบี้ยน'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/RtNmiW4dXNI/AAAAAAAAAEs/PpZ73r2zXT4/s72-c/she.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-423480236654993883</id><published>2007-07-18T22:47:00.001-07:00</published><updated>2007-07-18T22:47:54.348-07:00</updated><title type='text'>แม่ และ เมีย</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Rp76CC5z8JI/AAAAAAAAAEA/TWKwZkHTwuw/s1600-h/kiss.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Rp76CC5z8JI/AAAAAAAAAEA/TWKwZkHTwuw/s320/kiss.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5088779542021271698" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนแต่งงาน ข้าพเจ้าคบกับแฟนยาวนานกว่า 8 ปี  คำถามยอดฮิตคือ “เมื่อไหร่จะแต่งงาน” จนชีวิตการแต่งงานของข้าพเจ้ากินเวลานาน 3 ปีแล้ว คำถามยอดฮิตตอนนี้ก็คือ “เมื่อไหร่จะมีลูก” เป็นคำถามของผู้หวังดีที่เห็นว่า ควรจะรีบมีลูกเสียที ก่อนที่จะแก่ &lt;br /&gt; สังคมไทย คาดหวังให้ผู้หญิงมีที่พักพิง มีผัวเป็นตัวเป็นตน ผู้หญิงดี ก็ควรจะมีสามีที่เหมาะสม  สำหรับหญิงสาวที่แต่งงานแล้ว  สังคมก็คาดหวังว่า ต้องมีลูก (แต่หญิงสาวที่ยังไม่แต่งงาน ห้ามมีลูกก่อนแต่ง)&lt;br /&gt; ในทางธรรมชาติ เพศเมีย ย่อมคู่กับการอุ้มท้อง เพราะสรีระของเพศเมียประกอบด้วยรังไข่ และมดลูก อันเป็นอวัยวะสำคัญในการสืบพันธุ์ (ยกเว้นกรณีพิเศษ เช่น ไม่มีมดลูก หรือ มดลูกฝ่อ  รังไข่ไม่ทำงาน ฯลฯ)&lt;br /&gt; ดังนั้น การคาดหวังให้เพศเมียเป็นผู้สืบพันธุ์ ย่อมเป็นเรื่องธรรมชาติ&lt;br /&gt; แต่ในฐานะส่วนประกอบของสังคม การที่เพศเมีย หรือผู้หญิงมีลูก สถานะทางสังคมที่กลายเป็นภาระหนักอึ้งบนบ่าไหล่ นั่นคือ ความเป็นแม่ ซึ่งต้องดำเนินคู่ไปกับความเป็นเมีย (ถ้ายังคงความเป็นเมียอยู่-ไม่ได้หย่าขาดจากสามี)&lt;br /&gt; ดังนั้นจึงมีผู้หญิงบางส่วนที่ไม่ต้องการภาระหนักอึ้งดังกล่าว พวกหล่อนยังไม่อยากเป็นแม่ แม้จะเป็นเมีย ยังไม่นับรวมผู้หญิงบางส่วนที่ยังไม่ได้แต่งงานอย่างเป็นทางการ แม้จะเป็น “เมีย” โดยพฤตินัย แต่ก็ยังไม่ต้องการเป็น “แม่”  เพราะสังคมยังไม่ได้รับรองสถานภาพ “เมีย” ของหล่อน&lt;br /&gt; มีเรื่องเล่าจากช่างเย็บผ้าข้างบ้าน เล่าถึงเพื่อนช่างเย็บผ้าอีกคน ที่แต่งงานมีสามีแล้ว แต่สามีเป็นคนไม่รับผิดชอบ ไม่สนใจเลี้ยงดูฝ่ายภรรยา วันหนึ่งภรรยาตั้งท้อง จึงได้ตัดสินใจไป “เอาออก” เพราะคิดว่า หากลูกเกิดมาต้องลำบากแน่นอน เพื่อนบ้านช่างเย็บผ้าเล่าไปก็เสนอความเห็นไป “สงสาร ชั้นมีผัวยังงั้นชั้นก็ไม่ยอมมีลูกหรอก ลำบากตาย” &lt;br /&gt; นี่ขนาดเธอคนนั้น มีผัวเป็นตัวเป็นตน เธอก็ยังไม่อยากมีลูก&lt;br /&gt; เรื่องเล่าอีกเรื่อง มาจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนสมัยมัธยมของข้าพเจ้า เมื่อเรียนระดับมหาวิทยาลัยชื่อดัง หล่อนก็กลายเป็นสาวสมัย ที่ในที่สุดก็ตั้งท้อง แต่ด้วยเพราะยังเรียนอยู่ เธอจึงไม่สามารถอุ้มท้องได้ จำเป็นอย่างยิ่งต้องไป “เอาออก” ด้วยเหตุผลว่ากลัวไม่มีสิทธิ์ได้รับปริญญา อันที่จริง ในที่สุดเธอก็ไม่ได้รับ เพราะเธอดันพลาดตั้งท้องมากกว่า 1 ครั้ง และ “เอาออก” ทุกครั้ง ด้วยเหตุผลเดิม แต่เธอไม่ได้รับปริญญาเพราะเธอไม่ไปเรียน ไม่เกี่ยวกับการตั้งท้อง&lt;br /&gt; กรณีทั้งสองที่ยกมา ผู้หญิงสองคน ในสถานะทางสังคมต่างกัน ช่างเย็บผ้าโหล กับสาวมหาวิทยาลัยชื่อดัง เลือกเอาลูกออก เพราะไม่ต้องการเป็นแม่ ไม่พร้อมเป็นแม่ สำหรับบ้านพุทธเมืองพุทธ เธอทั้งสองก็เป็นคนบาป เป็นแม่ใจร้าย เป็นสาวใจแตก แล้วแต่จะว่ากันไป&lt;br /&gt; สังคมไทย ตั้งความคาดหวังให้ผู้หญิงมากเหลือเกิน จนกลายเป็นกรอบบีบคั้น ขีดเส้นทางเดินของผู้หญิง ไม่ว่าผู้หญิงจะทำอะไร ดูเหมือนว่าผิดไปเสียหมด เมื่อเธอมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เธอได้รับคำชื่นชมว่า “ใจแตก” ในขณะที่ฝ่ายชายอาจถูกด่าเพียงว่า “เสเพล ไข่แล้วทิ้ง –ผู้ชายก็เป็นยังงี้”&lt;br /&gt; เมื่อตั้งท้อง เธอก็ถูกคาดหวังว่า ต้องเป็นแม่ที่ดี เลี้ยงลูกด้วยความรัก ใครแอบเอาลูกไปทิ้งที่สถานีขนส่งนี่ รับรองว่า เสียงก่นด่าคงมีมากกว่าคำเห็นใจ &lt;br /&gt; มันไม่เป็นธรรมกับผู้หญิงเอาเสียเลย&lt;br /&gt; เพราะพวกเธอไม่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตของตัวเอง อนาคตของเธอ มดลูก ท้อง รังไข่ ล้วนเป็นของเธอ แต่ทว่ากลับตกอยู่ใต้การควบคุมของสังคม หากเธอต้องการจะเลือก สิ่งที่เธอเลือกก็กลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เรื่องแอบกระทำ &lt;br /&gt; กฎเกณฑ์ทางสังคม สร้างภาระให้เพศหญิง และแทนที่จะสร้างกรอบกำหนดให้เพศชายให้รู้จักรับผิดชอบ และเห็นใจเพศหญิง กลับกลายเป็นยิ่งสร้างบรรทัดฐานที่กลายเป็นว่า ผู้ชายทำอะไรก็ได้ ไม่ผิด ลูกชายเจ้าชู้ ก็เป็นเรื่องปกติ หรือผัวชอบเมียเอาใจ เมียก็ต้องเอาอกเอาใจ ยอมทำตัวเหมือนโสเภณีให้ผัวเล่น ไม่ว่าจะเป็นวิธีคิดสาย “เนาวรัตน์” หรือ สาย “ระเบียบรัตน์” ก็ล้วนเป็นวิธีคิดแบบไม่เท่าเทียม และกดเพศหญิง อันกำเนิดมาจากความคิดยกย่องเทิดทูนเพศชาย&lt;br /&gt; ไหนล่ะ การสร้างบรรทัดฐานใหม่ สร้างความเท่าเทียมระหว่างหญิงชาย&lt;br /&gt; มีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง บอกข้าพเจ้าว่า เรียนไปทำไม สตรีนิยม ทำไมต้องแบ่งหญิงชาย ไม่เข้าท่า เรียกร้องสิทธิสตรีทำไม ถ้างั้นก็เรียกร้องการยืนบนรถเมล์ ใช่มั้ย &lt;br /&gt; ข้าพเจ้าไม่ได้ตอบเขา ว่าข้าพเจ้าเรียนสตรีนิยม เพื่อจะเอาไปใช้ในการวิเคราะห์วรรณกรรม แต่ข้าพเจ้าบอกเขาไปว่า การเรียนสตรีนิยม ก็คือการศึกษาเรื่องระบบสังคมนั่นเอง ไม่เห็นจะต้องคิดมาก  แล้วก็อธิบายเรื่องความแตกต่างของวิธีคิดของกลุ่มสตรีนิยมไปพอสังเขป&lt;br /&gt; ผู้หญิงที่เรียกร้องสิทธิสตรี มักถูกมองว่า เรียกร้องหาความลำบาก อยากยืนบนรถเมล์ อยากมีหนวด นั่นเป็นข้อหาที่เกิดจากความไม่เข้าใจถึงภาระของเพศหญิง ภาระแม่และเมียที่หนักอึ้ง นอกจากนี้ยังมีกรอบเกณฑ์ที่เกิดจากผู้หญิงด้วยกันเอง ภายใต้ความคิดเทิดทูนเพศชาย ที่หันมาทำร้ายผู้หญิงกันเอง&lt;br /&gt; ไม่มีหรอก มันไม่เคยมีความเท่าเทียม  ตราบใดที่ผู้ชายไม่มีมดลูก และผู้หญิงไม่มีองคชาติ ดังนั้นย่อมไม่มีความเท่าเทียมกัน แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าอยากจะย้ำคือผู้ชายไม่มีวันเข้าใจสภาวะของการมีมดลูก ว่ามันลำบากมากมายขนาดไหน ทั้งทางกายภาพ และทางจิตวิญญาณ&lt;br /&gt; สำหรับทางสังคม สิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการมากกว่า ก็คือ ความเห็นใจระหว่างเพศ  การสร้างความเข้าใจถึงภาระของเพศหญิง และสร้างความรับผิดชอบในเพศชาย  &lt;br /&gt; ความเท่าเทียมกันในความหมายนี้ มิใช่ว่าชายหญิง แค่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งเท่าๆ กัน&lt;br /&gt; แต่มันหมายถึง การร่วม “รับผิด” “รับชอบ” ในสังคมเดียวกัน ภาระเมีย ไม่ควรมากกว่า ภาระของผัว และความเป็นแม่ ควรมีพ่อเป็นผู้ร่วมแบกภาระเดียวกัน&lt;br /&gt; เข้าใจกันไหมเนี่ย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-423480236654993883?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/423480236654993883/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=423480236654993883&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/423480236654993883'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/423480236654993883'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/07/blog-post.html' title='แม่ และ เมีย'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Rp76CC5z8JI/AAAAAAAAAEA/TWKwZkHTwuw/s72-c/kiss.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-5131748133309584267</id><published>2007-06-11T11:07:00.002-07:00</published><updated>2007-06-11T11:08:17.572-07:00</updated><title type='text'>คณิกาสร้างวัด กับการแก้ผ้าทำบุญ</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Rm2NwvnPHkI/AAAAAAAAADk/8fC5ZUh1qD0/s1600-h/rose3.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Rm2NwvnPHkI/AAAAAAAAADk/8fC5ZUh1qD0/s320/rose3.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5074868223670689346" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เมื่อครั้งเห็นข่าวดาราและไฮโซเปลือยผ้า ถ่ายนู้ดเพื่อหารายได้มาทำบุญให้วัดพระบาทน้ำพุ สิ่งแรกที่แวบขึ้นมาในสมองคือ ชื่อวัดคณิกาผล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; วัดคณิกาผล ปัจจุบันเป็นวัดสายมหานิกาย ตั้งอยู่ถนนพลับพลาไชย บริเวณ "ไชน่าทาวน์" เยาวราช  ตามประวัติว่า  ในอดีตย่านนั้นเป็นสถานที่รวมของสำนักโคมเขียว ซึ่งวัดนั้นเดิมสร้างขึ้นจากกลุ่มหญิงบริการกลุ่มหนึ่งที่มีหัวหน้ากลุ่มที่ชื่อ “ยายแฟง” เป็นผู้รวบรวม และ ออกทุนให้สร้างวัดพุทธศาสนานิกายเถรวาทขึ้นที่บริเวณตรอกโคก (ปัจจุบันคือ ถนนพลับพลาไชย) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีศาลเจ้าจีน และ โรงเจตั้งขึ้นอยู่ก่อนแล้วมากมาย ชาวบ้านจึงเรียกกันง่ายๆ ตามชื่อตรอกว่า “วัดโคก” วัดนี้เปิดให้ชาวบ้าน และ สงฆ์ทำพิธีกรรมมานานจนกระทั่งเข้าสู่สมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บรรดาลูกหลานของย่าแฟงจึงขอพระกรุณาโปรดเกล้าจากรัชกาลที่ 4 ให้พระราชทานนามของวัดโคกเสียใหม่ พระองค์จึงได้พระราชทานนามว่า “วัดคณิกาผล” ตามประวัติที่มาเดิมนั่นเอง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; บริเวณทางเข้าหน้าวัด  มีพระพุทธรูปสมเด็จพระอาจารย์โตแห่งวัดระฆังตั้งให้ผู้มีจิตศรัทธาได้แวะเข้ามากราบไหว้ และเมื่อเดินลึกเข้าไปข้างในมีรูปปั้นครึ่งตัวของยายแฟงตั้งอยู่ มีคำจารึกที่ว่า“วัดคณิกาผลนี้ สร้างขึ้นโดยคุณยายแฟง บรรพบุรุษของตระกูลเปาโลหิตในปีพุทธศักราช 2346” (ข้อมูลจาก http://www.bmasmartschool.com)&lt;br /&gt; วัดคณิกาผล จึงเป็นวัดที่เป็นผล แห่งนางคณิกา โดยแท้  ซึ่งมิใช่ความผิดของนางคณิกา หากต้องการจะสร้างวัดเพื่อทำบุญเอาบุญไปไว้เพื่อชาติหน้าจะได้ไม่ต้องมาลำบากลำบนขายตัว ไม่รู้ว่าคณิกาสมัยก่อนเขาคิดกันอย่างนี้หรือเปล่านะ แต่ข้าพเจ้าบังเอิญได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนคนหนึ่ง ที่ผันตัวจากพนักงานธุรการในบริษัทอาหารชื่อดัง ไปเป็นนางคณิกาในคลับหรูอันดับหนึ่ง ที่มีค่าตัวออฟครั้งละ 2,500 บาท ขึ้นไป เธอเป็นหญิงสาวที่ชอบทำบุญมาก ทุกเดือนเธอต้องไปทำบุญโลงศพที่วัดหัวลำโพง มีบุญอะไรบอกได้ เธอช่วยหมด เธอว่า ชาติหน้าจะได้ไม่ลำบากอย่างที่เป็น เป็นความเชื่อฝังหัวเธอมาก ปัจจุบันเธออยู่ต่างประเทศ มีชายชาวอเมริกันรับเธอเป็นภรรยา และเธอเชื่อว่าเป็นผลจากการที่เธอหมั่นทำบุญกุศล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ไม่แปลกที่คน (ที่คิดว่าตนเอง) บาป จะหมั่นขยันทำบุญ และก็มิใช่เรื่องผิด ที่สังคมจะต้องประณาม หยามเหยียด หากต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกเธอ ศาสนาเป็นสิ่งเดียวที่ยึดโยงจิตใจของพวกเธอ และทำให้เธอมีความหวัง (แม้จะฟังดูลมๆ แล้งๆ) กับชีวิตชาตินี้หรือชาติหน้า ดังในอดีตที่คณิกาก็สามารถรวมกลุ่มสนับสนุนสร้างวัดได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แปลว่าข้าพเจ้าเห็นด้วยกับการถ่ายนู้ดทำบุญ... หลายคนกำลังถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; มองเผินๆ อาจจะใช่ ข้าพเจ้าให้ความเป็นธรรมกับพวกหล่อน ในการทำบุญ ทว่า วิธีการทำบุญแบบนี้ดูว่าจะมีนัยยะแอบแผงหลายประการ อันควรค่าแก่การประณามหยามเหยียด!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; พวกหล่อน กระทำการนี้ โดยมิได้มีเจตนาบริสุทธิ์เพื่อการทำบุญ เขียนเป็นโมเดลก็คือ หล่อน--------ถ่ายนู้ด(มีคำปกป้องโก้เก๋ว่าไม่เอาค่าตัว)---------โฆษณา/ลงสื่อ/เป็นข่าว-----------ประมูล-----------เอาเงินไปทำบุญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ก็พวกหล่อนแต่ละคน ล้วนเป็นคนมีหน้ามีตา มีเงิน มีศักดิ์ศรีในสังคม พวกหล่อนกำเงินไปคนละสามหมื่นห้าหมื่น (หรือบางคนไอ้เงินหลักล้านนั้นถือว่า “ขี้ๆ”)  ไปทำบุญโดยตรงเลยตั้งแต่แรก ตัดขั้นตอนทั้งหมดออก แล้วมันไม่ตรงกว่าหรือ นั่นคือ พวกหล่อนต้องการทำบุญ อย่ามาอ้างกันว่า ทำบุญๆๆๆๆๆๆๆๆ เพราะหล่อนไม่ได้ต้องการทำบุญ พวกหล่อนอยากได้หน้า ว่าเป็นผู้ยอมแก้ผ้าเพื่อทำบุญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; กรอบสำคัญของทั้งหมดนี้ คือ ระบบคิดแบบทุนนิยม โดยมีนิตยสารเล่มนั้นเป็นผู้สร้างจุดขาย โดยใช้วิธีคิดงี่เง่าด้วยการใช้ภาพนู้ดเพื่อสร้างจุดขาย มิใช่แค่การเหยียดหญิง ทว่า เหยียดมนุษย์ ทั้งหญิงชาย เหยียดหยามสติปัญญาของผู้เสพงานศิลปะ เหยียดหยามมูลค่าความเป็นคน เหยียดหยามกระทั่งนิตยสารของตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; หากต้องการถ่ายภาพนู้ดแบบศิลปะ ก็ทำไป เป็นสิทธิ์ของการใช้เรือนร่างทั้งมวล ในทางของทุนนิยม แต่เมื่อคุณเอาสิ่งนี้เข้ามาเป็นจุดขาย เพื่อหาเงิน แล้วยังจะอ้างว่าเอาไปทำบุญ นั่นคือหายนะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; มันซับซ้อนซ่อนเงื่อนเกินกว่าจะเรียกว่าบริสุทธิ์ใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เจตนาของนางแบบอาจจะดี แต่กระบวนการคิดทั้งมวล มันบิดเบี้ยว อย่างน่าตกใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ข่าวคราวจบลงเมื่อ พระอุดมประชาทร หรือหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ได้ปฏิเสธรับเงินดังกล่าว โดยมีเหตุผลว่า “หลังมีข่าวออกไป ทางญาติโยมก็โทรศัพท์มาบอกว่าทางวัดไม่ควรรับเงินดังกล่าวเพราะไม่เหมาะสม อาตมาก็เห็นด้วย เพราะหากรับจะดูเหมือนไปส่งเสริมการกระทำที่ไม่เหมาะสม แต่ต้องขอบใจในน้ำใจอันดีงามของเหล่าดารานางแบบที่ต้องการจะช่วยเหลือทางวัด แต่ทางที่ดีควรหาวิธีการที่เหมาะสม จะจัดแข่งกีฬา หรือจัดการแสดงดนตรีน่าจะเหมาะกว่า อาตมาคงรับเงินไม่ได้ แต่หากผู้จัดและเหล่าดารามีความตั้งใจจริง ก็ให้นำเงินการกุศลครั้งนี้ไปมอบให้โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 33 ต.ดงดินแดง อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี แทน เพราะที่นั่นมีลูกหลานของผู้ป่วยเอดส์เรียนหนังสืออยู่”  (เดลินิวส์ วัน เสาร์ ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2550)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; นอกจากนี้ยังปิดท้ายรายการด้วยข่าว หนึ่งในนางแบบออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “แต่เข็ดเลยกับการทำงานแบบนี้ ต้องบอกว่าต่อไปนี้ ต้องคิดเยอะๆ กับการรับงานอะไรก็ตาม ต้องคิดเสมอว่าถ้ารูปนี้ไปอยู่หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์จะเกิดอะไรขึ้น ต่อไปนี้คงจะได้เห็นเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย” (คมชัดลึก 16 เมษายน 2550)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เรียกว่า “วงแตก”  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ตามข่าวว่า ตกลงดาราทั้งมวล เขาได้เอาเงินไปทำบุญที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์33 ตามที่หลวงพ่ออลงกตท่านชี้แนะหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; นางคณิกา เขายังสร้างวัดกันสำเร็จ เลยนะ จะบอกให้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-5131748133309584267?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/5131748133309584267/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=5131748133309584267&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/5131748133309584267'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/5131748133309584267'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/06/blog-post.html' title='คณิกาสร้างวัด กับการแก้ผ้าทำบุญ'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Rm2NwvnPHkI/AAAAAAAAADk/8fC5ZUh1qD0/s72-c/rose3.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-8456895779224367100</id><published>2007-05-17T19:20:00.000-07:00</published><updated>2007-05-17T19:23:15.404-07:00</updated><title type='text'>กระหรี่ออนไลน์ โสเภณีสาธารณ์ และผู้ถูกจ้องมอง</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Rk0N_qPn7nI/AAAAAAAAADI/sVmIYIzpKEc/s1600-h/chilli.jpg"&gt;&lt;img style="float:left; margin:0 10px 10px 0;cursor:pointer; cursor:hand;" src="http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Rk0N_qPn7nI/AAAAAAAAADI/sVmIYIzpKEc/s320/chilli.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5065720543184416370" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่ผู้หญิงเป็นสินค้าทางเพศ ก็เป็นที่ชวนกระอักกระอ่วนยิ่งนัก สำหรับข้าพเจ้า แม้จะถือคติแบบสตรีนิยมว่า เรือนร่างของเรา เป็นสิทธิของเรา แต่การเอาเรือนร่างมาเร่ขาย ข้าพเจ้าเห็นว่านับเป็นการทำร้ายตัวเองอย่างถึงขีดสุด ไม่ให้เหลือความเป็นคนกันอีก เป็นการกระทำที่เจ้าของเรือนร่างคิดว่า มีสิทธิในเรือนร่างเต็มที่ แต่ในความจริง การเร่ขายเช่นนั้น แสดงให้เห็นถึงการนับถือเงินเป็นใหญ่ อย่ามาอ้างสิทธิในร่างกายใดๆ เมื่อนำเรือนร่างมาแบหลาให้เพศตรงข้ามเล่นเป็นของสนุก เพื่อเงิน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ข้าพเจ้าเชื่อในสิทธิของการใช้เรือนร่างของมนุษย์เพศหญิง เช่น พวกหล่อนมีสิทธิในการเลือก ขอย้ำว่า เลือก ที่จะนอนกับคนที่พอใจ เลือก มิใช่ถูกเลือก หรือยอมนอนกับใครก็ได้ เพื่อเงิน นั่นมิใช่หนทางของการใช้เรือนร่างตามสิทธิของตน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ทุนนิยมและโลกเทคโนโลยี กลับยิ่งทำให้คติเร่ขายร่างกาย แพร่หลายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สมัยอดีต การโฆษณาสินค้านาผืนน้อย ทำได้เพียงการโฆษณาเฉพาะจุดขาย นั่นคือ มีอะไรก็โชว์กันตรงนั้น ต่อหน้ามนุษย์คู่ค้า อีกนัยหนึ่งคือ เพื่อดักล่อเหยื่อตัณหากลับ ทว่า ในโลกของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต อีเมล เอ็มเอสเอ็น การโฆษณาสินค้าออนไลน์ดูจะกลายเป็นเรื่องระบาดในหมู่วัยรุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ก่อนหน้านี้ อีเมลประเภทเสนอราคาขายชัดเจน แพร่หลายอยู่มาก เป็นการขายสินค้ากันตรงๆ โดยส่งเมล์สุ่มให้กลุ่มลูกค้า เป็นภาพถ่ายทุกอิริยาบท ไม่ต่างจากหนังสือปลุกใจเสือป่า พร้อมระบุว่ายังเรียนอยู่ที่ไหน ติดต่อที่เบอร์ไหน ปิดท้ายว่า ราคาเท่าไหร่ต่อคืน หรือบางคนระบุว่า ไม่รับค้างคืน นี่ชัดเจนว่า เป็นการขายตัวออนไลน์ ไม่ต้องไปนั่งขายยืนขายหน้าโรงแรมสยาม หรือนั่งอ่อยเหยื่อหน้าผับบาร์ดังๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; การขายตัวจึงกลายเป็นเรื่องง่าย เมื่อสื่อผ่านในอินเทอร์เน็ต ไม่ต้องกลัวใครมาเห็นตอนยืนขายตัว หากคนรู้จักมาเปิดเจอเมล์ ก็อ้างไปว่า โดนกลั่นแกล้ง เพราะมันไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่เมื่อมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้น โทรศัพท์มือถือถ่ายวิดีโอได้ และยูทูบมียูทูบเป็นเว็บไซต์สื่อกลาง (ไม่อยากบอกว่า จริงๆ มันมีพอร์นทูบอีกอัน นั่นสำหรับพวกฮาร์ดคอร์) การเปิดเผยเรือนร่างแบบสาธารณ์ก็ยิ่งแพร่ระบาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; เริ่มจาก การโชว์เล็กๆ น้อยๆ ผ่านเว็บแคม อวดเนินอก อ้าขาวับแวม จนกระทั่งโชว์แบบถึงขั้นสยองแบบดาราหนังโป๊ โดยนิสัยใจกล้าหน้าด้านเช่นนี้เกิดขึ้นเพราะพวกหล่อนคิดว่าหล่อนไม่รู้จักคู่สนทนาขนาดที่จะทำให้เกิดความอับอาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; มันระบาด เพราะมันเป็นสื่อที่มีความเป็นส่วนตัวสูง แอบทำในที่ลับ แต่แพร่ขยายกระจายไปดังไฟลามทุ่ง (สำนวนเก่าไปไหมเนี่ย) กลายเป็นคลิป เป็นอีเมล์ ส่งต่อๆๆๆ กันไปไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้น ดาราคนไหนออกัสซั่มโชว์ คนทั้งประเทศที่มีคอมพิวเตอร์ ก็สามารถก็รู้กันหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; การ ที่ดารานางนั้น ทำท่าเซ็กซี่ล่อชาย ออกมา 2 เวอร์ชั่น และกำลังมีเวอร์ชั่นที่ 3 ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะหล่อนให้สัมภาษณ์ว่า หล่อนถ่ายแบบให้นิตยสารฉบับหนึ่ง แล้วนิตยสารฉบับนั้นเอาภาพคลิปวิดีโอมาลงแพร่กระจายในอินเทอร์เน็ต พร้อมกันนั้นก็ทำสุ้มเสียงว่าไม่พอใจ แต่กลับปิดท้ายว่าทำอะไรไม่ได้ ฟ้องก็ไม่ได้  ที่เธอพูดก็นั้นส่อให้เห็นว่า เธอน่าจะมีการเซ็นสัญญาครอบคลุมไว้แล้ว เธอจึงฟ้องร้องไม่ได้ นั่นเป็นการเปิดช่องให้เห็นว่า แท้จริงเธอก็มีส่วนรู้เห็นการกระทำเช่นนี้อยู่ เพียงแต่ไม่คิดว่ามันจะแรงขนาดที่ปรากฏออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; นี่เป็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางที่มหาวิบัติ เด็กสาววัยรุ่น ถือเป็นเรื่องยอดฮิตที่จะได้โชว์ของดีของตัวเองในสื่อออนไลน์ โดยคิดว่า เรื่องของกู นมของกู อวัยวะเพศของกู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ทั้งที่ในความเป็นจริง พวกหล่อนลืมไปว่า หล่อนเป็นเพียงสินค้าในตู้จอคอมพิวเตอร์ ที่นั่งโชว์อวดของดี แสดงท่ายั่วยวน ถึงจุดสุดยอด เพียงเพื่อให้ตัวเองเป็น “ผู้ถูกจ้องมอง”  หล่อนกลายเป็นสินค้าทางเพศที่เลือกอะไรไม่ได้ นอกจากแสดงท่ายั่วยวน หล่อนไม่ได้มีอำนาจอันใดในร่างกายของตนเองแม้แต่น้อย หล่อนตกอยู่ในสายตาของเพศชาย และสังคมที่เพศชายมองพวกหล่อนเป็นวัตถุเท่านั้น หล่อนมีค่าไม่ต่างจากการ์ตูนสามมิติเซ็กซี่ในโลกไซเบอร์ที่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; หล่อนไม่มีตัวตน ไม่มีหัวใจ ไม่มีวิญญาณ และไม่มีสิทธิใดๆ เพราะหล่อนเป็นวัตถุ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-8456895779224367100?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/8456895779224367100/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=8456895779224367100&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/8456895779224367100'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/8456895779224367100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/05/blog-post_17.html' title='กระหรี่ออนไลน์ โสเภณีสาธารณ์ และผู้ถูกจ้องมอง'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Rk0N_qPn7nI/AAAAAAAAADI/sVmIYIzpKEc/s72-c/chilli.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-1748078009298190209</id><published>2007-05-10T06:40:00.000-07:00</published><updated>2007-05-10T23:13:24.538-07:00</updated><title type='text'>Be Yourself : Audioslave  เป็นตัวเอง ออดิโอสลาฟ</title><content type='html'>Be Yourself&lt;br /&gt;Artist(Band):Audioslave &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;object width="425" height="364"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.dailymotion.com/swf/7i00o4vEYo3j26GAL"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowfullscreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.dailymotion.com/swf/7i00o4vEYo3j26GAL" type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="364" allowfullscreen="true"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;a href="http://www.dailymotion.com/video/xy5pb_audioslave-be-yourself"&gt;Audioslave - Be Yourself&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;Uploaded by &lt;a href="http://www.dailymotion.com/shermanshecapio"&gt;shermanshecapio&lt;/a&gt;&lt;/i&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Someone falls to pieces &lt;br /&gt;ใครบางคนหล่นสลาย&lt;br /&gt;Sleeping all alone &lt;br /&gt;นอนเดียวดาย&lt;br /&gt;Someone kills the pain &lt;br /&gt;ใครบางคนฆ่าความปวดร้าว&lt;br /&gt;Spinning in the silence &lt;br /&gt;ปั่นป่วนหมุนคว้างอยู่ในความเงียบ&lt;br /&gt;To finally drift away &lt;br /&gt;เพื่อท้ายที่สุด ล่อยลอยเลื่อนลอย&lt;br /&gt;Someone gets excited &lt;br /&gt;ใครบางคนตื่นเต้น&lt;br /&gt;In a chapel yard &lt;br /&gt;อยู่ในสนามของโบสถ์ &lt;br /&gt;And catches a bouquet &lt;br /&gt;และรับช่อดอกไม้&lt;br /&gt;Another lays a dozen &lt;br /&gt;ขณะคนอื่นวางดอกไม้นับโหล&lt;br /&gt;White roses on a grave &lt;br /&gt;กุหลาบสีขาวบนหลุมศพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Yeahhh... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;And to be yourself is all that you can do &lt;br /&gt;และ จงเป็นตัวเอง นั่นคือทั้งหมดที่คุณจะทำได้&lt;br /&gt;Heyyyy...&lt;br /&gt;To be yourself is all that you can dooo  &lt;br /&gt;จงเป็นตัวเอง นั่นคือทั้งหมดที่คุณจะทำได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Someone finds salvation in everyone  &lt;br /&gt;ใครบางคนหาความช่วยเหลือจากคนอื่น&lt;br /&gt;Another only pain &lt;br /&gt;ขณะใครคนอื่นเพียงแค่ทนเจ็บปวด&lt;br /&gt;Someone tries to hide himself &lt;br /&gt;ใครบางคนพยายามซ่อนตนเอง&lt;br /&gt;Down inside himself he prays &lt;br /&gt;จมลงภายในตน เขาภาวนา&lt;br /&gt;Someone swears his true love &lt;br /&gt;ใครบางคนสาบาน ถึงรักแท้&lt;br /&gt;Until the end of time &lt;br /&gt;จนกระทั่งวันสิ้นโลก&lt;br /&gt;Another runs away &lt;br /&gt;ขณะใครคนอื่นกลับวิ่งหนีมัน&lt;br /&gt;Separate or united &lt;br /&gt;แยกออก หรือ รวมกัน&lt;br /&gt;Healthy or insane &lt;br /&gt;สบายดี หรือ บ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;And to be yourself is all that you can do(all that you can do) &lt;br /&gt;และ จงเป็นตัวเอง นั่นคือทั้งหมดที่คุณจะทำได้ ทั้งหมดที่คุณทำได้&lt;br /&gt;Yeahhh...&lt;br /&gt;To be yourself is all that you can do(all that you can do) &lt;br /&gt;จงเป็นตัวเอง นั่นคือทั้งหมดที่คุณจะทำได้ ทั้งหมดที่คุณทำได้&lt;br /&gt;To be yourself is all that you can do(all that you can do)&lt;br /&gt;Heyyyy...&lt;br /&gt;Be yourself is all that you can do &lt;br /&gt;จงเป็นตัวเอง นั่นคือทั้งหมดที่คุณจะทำได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Even when you've paid enough &lt;br /&gt;แม้แต่เมื่อคุณชำระมันเพียงพอแล้ว&lt;br /&gt;Been pulled apart or been held up &lt;br /&gt;ถูกดึงกระชากออกเป็นส่วน  หรือถูกยกขึ้นมา&lt;br /&gt;Every single memory of the good or bad &lt;br /&gt;ทุกความทรงจำเดียวของความดี หรือ เลว&lt;br /&gt;Faces of luck &lt;br /&gt;ใบหน้าของโชค&lt;br /&gt;Don't lose any sleep tonight &lt;br /&gt;อย่านอนไม่หลับเลย ในคืนนี้&lt;br /&gt;I'm sure everything will end up alright &lt;br /&gt;ฉันมั่นใจ ทุกสิ่งคงจบลง&lt;br /&gt;You may win or lose.. &lt;br /&gt;คุณอาจจะชนะ  หรือแพ้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;But to be yourself is all that you can do &lt;br /&gt;แต่ จงเป็นตัวเอง นั่นคือทั้งหมดที่คุณจะทำได้ &lt;br /&gt;Yeahhh...&lt;br /&gt;To be yourself is all that you can do &lt;br /&gt;จงเป็นตัวเอง นั่นคือทั้งหมดที่คุณจะทำได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Ohhhh...&lt;br /&gt;To be yourself is all that you can do(all that you can do) &lt;br /&gt;นั่นคือทั้งหมดที่คุณจะทำได้ ทั้งหมดที่คุณทำได้&lt;br /&gt;ohhhh...&lt;br /&gt;To be yourself is all that you can do(all that you can do) &lt;br /&gt;นั่นคือทั้งหมดที่คุณจะทำได้ ทั้งหมดที่คุณทำได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;To be yourself is all that you can--&lt;br /&gt;Be yourself is all that you can--&lt;br /&gt;Be yourself is all that you can dooooooohoooo&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-1748078009298190209?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/1748078009298190209/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=1748078009298190209&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/1748078009298190209'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/1748078009298190209'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/05/be-yourself-audioslave.html' title='Be Yourself : Audioslave  เป็นตัวเอง ออดิโอสลาฟ'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-6565682510740189793</id><published>2007-05-09T19:47:00.000-07:00</published><updated>2007-05-09T19:58:56.888-07:00</updated><title type='text'>ความรักตายแล้ว Love is Dead</title><content type='html'>&lt;div&gt;&lt;object width="425" height="335"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.dailymotion.com/swf/1GNkza38twfPR9IAv"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="allowfullscreen" value="true"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.dailymotion.com/swf/1GNkza38twfPR9IAv" type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="335" allowfullscreen="true"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;a href="http://www.dailymotion.com/video/x1dnb3_brett-anderson-love-is-dead"&gt;Brett Anderson - Love is dead&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;Uploaded by &lt;a href="http://www.dailymotion.com/v2music"&gt;v2music&lt;/a&gt;&lt;/i&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Nothing ever goes right&lt;br /&gt;Nothing really flows in my life&lt;br /&gt;No one really cares if no one ever shares my care&lt;br /&gt;People push by with fear in their eyes in my life&lt;br /&gt;Love is dead, love is dead&lt;br /&gt;The telephone rings, but no one ever thinks to speak to me&lt;br /&gt;The traffic speeds by,&lt;br /&gt;but no one's ever stopped too late&lt;br /&gt;Intelligent friends don't care in the end,&lt;br /&gt; believe me&lt;br /&gt;Love is dead,&lt;br /&gt;love is dead&lt;br /&gt;And plastic people with imaginary smiles&lt;br /&gt;Exchanging secrets at the back of their minds&lt;br /&gt;Plastic people&lt;br /&gt;Plastic people&lt;br /&gt;Nothing ever goes right&lt;br /&gt;Nothing really flows in my life&lt;br /&gt;No one really cares if this horror's inside my head&lt;br /&gt;People push by with fear in their eyes in my life&lt;br /&gt;Love is dead,&lt;br /&gt; love is dead&lt;br /&gt;Love is dead,&lt;br /&gt;love is dead&lt;br /&gt;Love is dead,&lt;br /&gt;love is dead&lt;br /&gt;And all the lies that you've given us&lt;br /&gt;And all the things things that you said&lt;br /&gt;And all the lies that you've given us...&lt;br /&gt;Blow like wind in my head&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-6565682510740189793?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/6565682510740189793/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=6565682510740189793&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/6565682510740189793'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/6565682510740189793'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/05/love-is-dead.html' title='ความรักตายแล้ว Love is Dead'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-4900413192120442578</id><published>2007-05-03T03:13:00.000-07:00</published><updated>2007-05-03T03:18:19.000-07:00</updated><title type='text'>ผมของผู้หญิง</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Rjm2xYR36pI/AAAAAAAAADA/yYeZHUOoNu0/s1600-h/p012.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5060276615774726802" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Rjm2xYR36pI/AAAAAAAAADA/yYeZHUOoNu0/s320/p012.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ผมในที่นี้มิใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่ง หากแต่เป็นคำนาม อันหมายถึง เส้นผมบนศีรษะ เหตุใดจึงยกเรื่องผมกับผู้หญิงมากล่าวถึงในที่นี้ ก็เพราะในปัจจุบัน ผม ของผู้หญิง ถูกกระทำให้เป็นอำนาจอย่างหนึ่งของผู้หญิงไปเสียแล้ว ผม กลายเป็นส่วนประกอบหนึ่งของ “สวยคืออำนาจ” (รวมทั้งผิวขาวอมชมพู รักแร้ขาวนวล อกอวบอิ่ม ฯลฯ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความเชื่อในสังคมไทย ก็ถือว่า ผม เป็นสัญลักษณ์ทางเพศอย่างหนึ่ง สมัยโบราณ หากหญิงสาวคนไหนชอบเสยผม นั่งหวีผมต่อหน้าผู้ชาย มักจะต้องถูกตำหนิ เพราะการกระทำนั้นแสดงถึงการ “ให้ท่า” หรือแรงกว่านั้นก็คือ หมายถึง “ผู้หญิงขายตัว” ดังนั้นหากมีผม ก็ต้องจัดการเก็บเสียให้เรียบร้อย สมเป็นสตรีไทย แต่เมื่อมาถึงยุคทุนนิยม จึงมีการ “บิด” สัญญะของผมเสียเล็กน้อย จากการแสดงการ “ให้ท่า” ก็เปลี่ยนมาเป็น สร้างความ “เซ็กซี่ “ (แล้วมันต่างกันตรงไหนเนี่ย) สัญญะทางเพศในเชิงลบ ก็กลายเป็นในเชิงบวกได้อย่างไม่น่าเชื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บรรดาโฆษณา โดยเฉพาะทางโทรทัศน์ กำลังทำให้ผมสวย กลายเป็นมาตรฐานของลูกผู้หญิง สวยตรงสลวย ห้ามฟูเป็นรังนก ทำสีก็ได้ยิ่งสวยเก๋ ผมสวยกลายเป็นความเซ็กซี่เหลือแสน และความเซ็กซี่นั่นเองที่คืออำนาจของผู้หญิง&lt;br /&gt;เชื่อไหมว่า เมื่อประมาณปีที่แล้ว มีโฆษณาใหญ่ยักษ์ของยาสระผมยี่ห้อหนึ่ง มีคำโปรยประมาณว่า แม้จะ (นมแบน)เป็นไข่ดาว แต่ก็เซ็กซี่ได้ (เพราะยาสระผมยี่ห้อนั้น) “ผม” น่ะ แทน “นม” ได้เลยทีเดียวล่ะ ตามที่โฆษณาเขาพยายามจะยัดเยียดความเชื่อใหม่ๆ ให้ผู้เสพรับสื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากมองแบบทุนนิยม ผม เป็นส่วนหนึ่งของผู้หญิง ที่จะทำการตลาดได้ง่าย ผม เป็นส่วนประกอบของร่างกายที่ก้ำกึ่งระหว่าง อวัยวะ ที่ต้องดูแลรักษา และเป็นได้ทั้ง แฟชั่น นำสมัย ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อันนำมาซึ่งมูลค่าทางการตลาดมากมาย ทั่วโลก เพราะผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผมล้วนแต่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ใช้แล้วหมดไป ต้องซื้อใหม่ทั้งสิ้น ดังนั้น ทุนนิยม จึงเป็นเหตุสำคัญ ในการ บิด สัญญะของผม ทำให้ให้เซ็กซี่นั้นดูดี ควรค่าแก่ผู้หญิงสมัยใหม่ และเคยสังเกตไหมว่า แต่ละเดือนๆ มีสูตรยาสระผม ครีมบำรุงผม น้ำยาทำสีผม ครีมหมักผม ออกมากันเดือนจะกี่สูตรกี่ยี่ห้อ อัดโฆษณากันทีเป็นร้อยล้านพันล้าน ยาสระผมราคาแพงขึ้นๆ ทุกยี่ห้อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้าพเจ้าจึงไม่แปลกใจเลยว่า เพราะเหตุใดศาสนาอิสลาม จึงอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับทุนนิยมอย่างชัดเจน ในขณะที่โลกทุนนิยม ส่งเสริมให้ผู้หญิงจงใช้ผมของตนเพื่อการเปิดเผย เป็นอิสระ และเซ็กซี่ แต่โลกของมุสลิมกลับบอกว่า จงเก็บผมของเจ้าเสียให้มิดชิดจากผู้อื่น นักสตรีนิยม มักกล่าวหาว่า ศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาที่กดขี่สตรี และมักยกข้อกำหนดมากมายที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงมาอ้าง โดยเฉพาะเรื่องการปกปิดผม ในแง่ที่ว่าเป็นการจำกัดสิทธิของเพศหญิง ซึ่งก็เป็นมุมมองแบบตามทฤษฎีสตรีนิยมล้วนๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามหลักศาสนานั้น การปกปิดผมของผู้หญิงมุสลิม หรือที่เรามักเรียกว่า คลุมฮิญาบ นั้น คือการคลุมผม โดยปิดผ้าคลุมผมลงมาจนถึงหน้าอก การ “ฮิญาบ” มิใช่หมายถึงแค่การคลุมผม แต่รวมถึงการแต่งกายมิดชิด และการประดับเครื่องประดับตามร่างกาย นั่นหมายถึงการควบคุมร่างกายของเพศหญิงอย่างเข้มงวด ข้าพเจ้ามีเพื่อนเป็นหญิงมุสลิม เธอกล่าวด้วยศรัทธาว่า พระเจ้าบอกว่าเส้นผมเปรียบเสมือนไฟรุ่มร้อน หากไม่คลุมผมก็ไม่ต่างจากการเดินเปลื้องผ้า ในหนังสือ เรื่อง มากกว่าผ้าคลุมผม ของ กลุ่มสตรีแห่งทางนำ (หน้า 10) ระบุว่า “หากคุณลองสังเกตผู้หญิงที่แต่งกายมิดชิดด้วยชุดยาวตัวหลวม คลุมฮิญาบปกปิดร่างกาย จะพบว่าพวกเธอไม่ได้ดึงดูดความสนใจเอาซะเลย หนำซ้ำยังถูกมองว่าแต่งตัวไม่ทันสมัยอีก นี่คือสิ่งที่พวกเธอยอมแลกกับการรักษาความบริสุทธิ์สะอาด และป้องกันพฤติกรรม ที่อาจก่อความเดือดร้อนแก่เธอ อาทิ การเข้ามาทำความรู้จัก พูดคุย หรือเกี้ยวพาราสี อักทั้งเพื่อไม้ให้เพื่อนต่างเพศจินตนาการถึงเธอ เมื่อมองเห็นอวัยวะบางส่วน หรือสรีระของพวกเธอฯลฯ” หากอ่านรายละเอียดของบทบัญญัติที่เกี่ยวกับผมและฮิญาบ สิ่งหนึ่งที่สามารถมองเห็นชัดเจนก็คือ ศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาที่รู้ลึกซึ้งถึงสัญชาตญาณของเพศชายเป็นอย่างยิ่ง และยังรู้ดีเสียด้วยว่า เพศชายนั้นยากแก่การควบคุม จึงหันกลับไปควบคุมเพศหญิงแทน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาถึงเรื่องผม เมื่อศาสนาอิสลามสั่งให้ปกปิดเส้นผม มองศาสนาอื่นจะพบว่าส่วนใหญ่ในทางศาสนา ผมมันจะต้องถูกจำกัดพื้นที่ให้อยู่บนหัวอย่างเรียบร้อย เช่น พระหรือนางชีในคริสตศาสนา ก็ต้องปกคลุมผมให้เรียบร้อย&lt;br /&gt;พุทธศาสนา ก็สั่งให้ปลงผมเช่นกัน เมื่อบวช เป็นทั้งภิกษุและภิกษุณี รวมถึงชี เป็นการยืนยันว่า ผมนั่นเป็นของฟุ่มเฟือย เป็นวัตถุทางโลกย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ในระบบทุนนิยม ผมถูกใช้เป็นเครื่องมือทางโลกย์ สร้างความปั่นป่วนให้สังคม และกระเป๋าสตางค์ของเจ้าของผม ที่ยิ่งกว่านั้น คือ ผม กลายเป็นตัวแทนของความต้องการทางเพศ ในชื่อใหม่ไพเราะว่า เซ็กซี่ เด็กสาวสมัยนี้ขยันเข้าร้านทำผมมากกว่าเข้าห้องสมุด เชื่อไหมล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สังคมนี้ต้องมีสติเสียที แม้หลายคนจะมองว่าก็แค่เรื่องของผม ที่ยังไม่มีใครใส่ใจจริงจัง แต่มันก็แค่เรื่องของผม ที่ถูกปั่นให้มีคุณค่ามากเกินความเป็นจริง ต้องรู้ให้ทันกันหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-4900413192120442578?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/4900413192120442578/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=4900413192120442578&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4900413192120442578'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4900413192120442578'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/05/blog-post.html' title='ผมของผู้หญิง'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Rjm2xYR36pI/AAAAAAAAADA/yYeZHUOoNu0/s72-c/p012.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-4226205898516163910</id><published>2007-04-24T17:13:00.000-07:00</published><updated>2007-04-24T17:21:09.438-07:00</updated><title type='text'>ทฤษฎีเมียน้อย</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Ri6epz0sy3I/AAAAAAAAAC4/i4BXFZMs3Fg/s1600-h/p052.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5057153872706718578" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 236px; CURSOR: hand; HEIGHT: 161px" height="198" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Ri6epz0sy3I/AAAAAAAAAC4/i4BXFZMs3Fg/s320/p052.jpg" width="266" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;ข่าวคราวของนายแพทย์ท่านหนึ่ง ยังไม่ทราบว่าจะจบแบบไหน แม้ว่าจะมีการยืนยันแล้วว่านายแพทย์ท่านนั้นมีอาการทางจิต ซึ่งก็เป็นเรื่องทางการแพทย์ที่ต้องดำเนินการกันต่อไป แต่เอาเข้าจริง ถามว่า ประเด็นที่คนทั่วไปสงสัยและติดตามข่าว เอา..เชื่อขนมกินได้ ร้อยละ 70 ไม่ได้สนใจอยากรู้ว่า นายแพทย์จะเป็นโรคจิตประเภทไหน ไม่ว่าจะหงุดหงิด หรือหงุดเงี้ยว แต่สนใจใคร่รู้ว่า หญิงสาวมือที่สามนั้น เป็นใครมาจากไหน และโผล่มาอย่างไร &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;นางอันเป็นที่รัก นางนั้นไม่เคยเอ่ยว่าตนเองดำรงสถานะไหน เพียงแต่บอกว่า เป็นเพื่อนสนิทรู้ใจลึกซึ้ง แต่ลักษณะการแสดงออก บ่งชี้ชัดเจนให้บรรดาแม่บ้านและชาวร้านชาวตลาดฟังธงเลยว่า “เมียน้อย” ในขณะที่หนังสือพิมพ์ ใช้คำแทนตัวเธอในการพาดหัวว่า “กิ๊ก” ซึ่งมีความหมายอ่อนกว่าคำว่าเมียน้อย ในทำนองว่า มากกว่าเพื่อนแต่มิใช่แฟน &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;การแสดงตัวของหล่อนอย่างชัดเจนนี้เอง ที่เรียกกระแสชมรมคนรักเมียหลวงให้ออกมาประนามหล่อนกันอย่างอึกทึกครึกโครม นี่เป็นสังคมที่กระแสเมียหลวงเป็นกระแสหลัก &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;ในที่นี่เราจะพูดกันถึงเรื่อง “วิธีคิด” แบบเมียน้อยเมียหลวง มิได้พูดถึงในเชิงจริยธรรมใดๆ ดังนั้นก็อาจจะล่อแหลม ฉันอาจจะโดนข้อหาเข้าข้างเมียน้อยได้ จึงขอออกตัวก่อนว่า ฉันก็เป็นเมียหลวงนะท่าน และก็ไม่ได้ชอบขี้หน้าเมียน้อยพอๆ กันนั่นล่ะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;แต่สิ่งที่เรากำลังจะพูดก็คือ ไอ้เมียน้อยเมียหลวง เหตุใดจึงต้องแบ่งข้างจงเกลียดจงชังกัน แย่งตัวผู้ เอ๊ย ผู้ชาย กันอย่างเอาจริงเอาจัง พูดแบบเดิมๆ ก็คือ เราอยู่ในสังคมแบบชายเป็นใหญ่ เราจึงยึดถือที่เพศชายเป็นหลัก การได้เป็น “เมีย” จึงเป็นสถานะสำคัญของผู้หญิงไทย ได้ผัวดีก็เหมือนถูกหวย ได้รับการยกย่องมีสถานะทางสังคม เรียกว่า ผัว เป็นหน้าตาของเมีย ดังนั้นการได้ผัว ที่มีเมียแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ต้องเปิดสงครามแย่งผัวกันเสียหน่อย เข้าข่ายหญิงเหยียดหญิง ทำลายพวกเดียวกันเอง &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;มองแบบพวกโรคจิตคิดมาก ทฤษฎีสมคบคิด ก็ต้องบอกว่า ขบวนการของเพศชายเข้มแข็งในการสร้างบรรทัดฐานเรื่องเมียน้อยเมียหลวงขึ้นมา ก็เพื่อทำลายขบวนการเพศหญิง จะได้ไม่อาจลุกขึ้นมาล้มล้างผู้ชาย เพราะมัวแต่แก่งแย่ง ครอบครองเพศชาย ไม่มีเวลามายึดครองโลกอะไรหรอก แล้วเพศชายก็จะควบคุม “แนวความคิด” ทั่วโลกกันต่อไป (โอเวอร์เหมือนหนังซุปเปอร์แมนมากๆ เลยค่ะ) แล้วก็ให้รางวัลเพศหญิงเสียหน่อย หากเป็นเมียที่ดี หรือเป็นเพศหญิงที่อยู่ในกรอบของเพศชาย ก็มีรางวัลไปบ้าง ตำแหน่งบ้าง มีส่วนร่วมในทางการเมืองบ้าง มีหน้าตาทางสังคมบ้าง และแน่นอนมีเงินทองทรัพย์สินด้วยจากการทำงานหนักโดยไม่ไปแย่งตำแหน่งผู้นำของเพศชาย &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;เมียที่ดี ก็มีลักษณะที่เข้าข้างเพศชายเต็มๆ เมียหลวงที่ดี คือเมียหลวงที่ไม่ถามถึงเมียน้อย และเมียน้อยที่ดีก็คือ เมียน้อยที่ไม่ไปบุกบ้านเมียหลวง&lt;br /&gt;ย้ำกันอีกว่า นี่เป็นการว่าในเชิงทฤษฎี เพราะฉะนั้น การที่ ภรรยาที่มาทีหลังเกิด จากการรักผู้ชายที่มีภรรยาแล้วอย่างมาก และยอมทุกอย่างด้วยความรัก ก็อธิบายตามทฤษฎีได้ว่า “เข้าทาง” ความต้องการของเพศชาย นั่นคือ ยินยอมอยู่ใต้กรอบเมียน้อยและเมียหลวงที่ดี (ความรักไม่อาจอธิบายเป็นทฤษฎีได้) &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;แต่อย่างที่บอก ผัวย่อมเป็นหน้าตาของเมีย ดังนั้น หากแม้เป็นเมียน้อย ฝ่ายหญิงก็ยอมแหกกฎเมียน้อยที่ดีในวันหนึ่ง เพื่อจะประกาศให้โลกรู้ว่า อย่างเดี๊ยน ก็มีผัวดีๆ เหมือนกัน แม้มันจะมีเมียแล้วก็เหอะ &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;ที่สำคัญ ตำแหน่งเมียน้อย ย่อมกดดันให้ผู้หญิงที่รับตำแหน่งนั้น ต้องแสดงตัวออกมาสักวัน แม้จะมีผัวเลี้ยงอย่างดี แต่ขาดไร้ซึ่งหน้าตาทางสังคม ต่างจากเมียหลวงที่มีความมั่นคงทางสถานะมากกว่า จึงมีส่วนสำคัญในการกดดันให้เมียน้อยทำอะไรที่ “หวือหวา” กว่าเมียหลวง และมักเป็นเหตุให้เกิดเรื่องเกิดราวมากมาย อย่างที่จะเห็นในหนังสือพิมพ์ทั่วๆไป ทั้งที่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ความผิดเรื่องเมียน้อยนี่ต้องยกให้ผู้ชายไปเต็มๆ ใครใช้ให้หาเหามาใส่หัว แล้วก็ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ล่ะ&lt;br /&gt;กรณีเมียน้อยของนางอันเป็นที่รัก ประเด็นสำคัญคือ การที่หล่อนเป็นเมียน้อย หล่อนจึงถูกยัดเยียดความผิดให้ในสถานะเมียน้อย หล่อนตกเป็นตัวแทนของผู้หญิงไม่ดี แย่งผัวชาวบ้าน (ทั้งที่หล่อนพยายามอธิบายว่าหล่อนได้รับความเมตตาจากเพศชายผู้นั้นมากมายขนาดไหน) ถูกขุดคุ้ยประวัติชาติตระกูล ถูกขุดเอารูปถ่ายสมัยหน้าตาอย่างกับอึ่งมาตีแผ่เผยแพร่ ชีวิตของหล่อนแม้ยิ้มหน้าระรื่น จะมีใครคิดไหมว่า หล่อนก็อาจจะอกตรมอยู่ภายใน หล่อนไม่มีความสุขหรอก เพราะหล่อนกำลังเป็นจำเลยของสังคม &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;จำเลยของสังคมที่เทิดทูนเพศชาย&lt;br /&gt;เห็นไหม ว่าผู้ชายทำอะไรก็ไม่ผิด &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-4226205898516163910?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/4226205898516163910/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=4226205898516163910&amp;isPopup=true' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4226205898516163910'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4226205898516163910'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/04/blog-post_24.html' title='ทฤษฎีเมียน้อย'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Ri6epz0sy3I/AAAAAAAAAC4/i4BXFZMs3Fg/s72-c/p052.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-1789919568503644502</id><published>2007-04-12T23:15:00.000-07:00</published><updated>2007-04-14T00:25:36.832-07:00</updated><title type='text'>จุดขายข่าว สิทธิในการโป๊ และทฤษฎีการสมคบคิด</title><content type='html'>&lt;a href="http://www.matichon.co.th/newsphoto/newsrelate/200702130829013.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand" alt="" src="http://www.matichon.co.th/newsphoto/newsrelate/200702130829013.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Rh8knW9fheI/AAAAAAAAACw/RUuesm2iLag/s1600-h/res_km15374jpg_mazur_12675810.jpeg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/Rh8ixm9fhdI/AAAAAAAAACo/gIB3jzIP7y4/s1600-h/04.bmp"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จุดขายข่าว สิทธิในการโป๊ และทฤษฎีการสมคบคิด&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.matichon.co.th/news_relate/gallery.php?reid=20070213082616"&gt;ที่มาภาพ จาก  http://www.matichon.co.th/news_relate/gallery.php?reid=20070213082616&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข่าวที่ฮือฮาไปไม่กี่วันนี้ เกี่ยวกับเรื่องการแต่งตัวสุดขีดของดาราหน้าตาดีมั่งไม่ดีมั่ง ดังมั่งไม่ดังมั่ง ในงานสุพรรณหงส์ นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ “ความโป๊เปลือย” ถูกนำมา “ฉะ” กันอีกรอบ&lt;br /&gt;ดาราคนหนึ่ง (ที่ไม่เคยเห็นหนังของเธอเลย ให้ตายเหอะ) ปีที่แล้วก็ตกเป็นข่าวท่อนบนหลุด มาปีนี้ท่อนล่างโผล่ ส่วนนางเอกคนหนึ่งที่หน้าตาจัดว่าสวย โดนประณามเพราะเสื้อแสนบาง ที่ปิดเต้าได้ซีกเดียว ส่วนที่ฮือฮาที่สุดเห็นจะเป็นดาราที่อุตสาห์พ่วงดีกรีนักศึกษามหาวิทยาลัย มาในชุดที่คิดไม่ออกว่า ไปงานกลางคืน หรือไปนั่งในตู้ (ตู้เย็นมั้ง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เซ็กส์ เป็นจุดขายของสื่อมวลชนทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ รวมทั้งวิทยุ ทั้งการข่าว การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ เพราะเซ็กส์ เป็นจุดขายที่กระตุ้นได้ง่ายที่สุด ก่อกระแสความอยากรู้อยากเห็นไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งฉาวยิ่งดัง ยิ่งเปิดนิดยิ่งอยากดูอีกหน่อย ดังนั้น หากแค่เห็นเจ้าหล่อนเดินมาแต่ไกลจากปากทางเข้างานสุพรรณหงส์ ก็บอกได้ง่ายๆ ว่า พวกหล่อนมีจุดขายอยู่กับตัว ทั้งท่อนบนทอนล่างทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถามว่า พวกหล่อนทำผิดหรือไม่ ที่แต่งตัวอื้อฉาวคาวโลกย์ขนาดนั้น ถ้าอ้างแบบ “เฟมฯๆ” ก็ตอบได้ง่ายๆ เลยว่า “ร่างกายของฉันก็คือร่างกายของฉัน และสิทธิทั้งมวล อยู่ที่ตัวฉัน” พวกหล่อนอาจจะเป็นเฟมินิสต์สุดขั้วที่ต้องการประกาศว่า ผู้หญิงมีสิทธิ์ในการใช้เรือนร่างของตัวอย่างเต็มที่ แต่ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่คำตอบของดาราคนหนึ่ง ที่ระบุว่า&lt;br /&gt;“ค่ะอยากดัง จริงๆ นักแสดงและดาราที่เข้ามาตรงนี้ทุกคนมีจุดมุ่งหวังของชีวิตว่า มาอยู่ตรงนี้ก็อยากทำให้ดีที่สุดในหน้าที่ของตัวเอง นิวยอมรับว่าอยากดัง นิวรู้สึกว่าน่าจะมีอะไรหลายๆ อย่างที่อยากบอกกับสื่อ และผู้บริโภค แต่นิวรู้สึกว่าเราตะโกนออกไปไม่มีใครได้ยินเสียงของเราเลย แต่วันนี้ทุกคนได้ยินเสียงนิวแล้วก็อยากจะบอกว่า อย่ามองแต่ความเซ็กซี่ของนิว ช่วยมองที่ความสามารถ หันกลับมามองเรื่องการแสดงและบทบาทเป็นอย่างไร “ (อ้างจาก ข่าวสดออนไลน์ &lt;a href="http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03p0101140250&amp;day=2007/02/14§ionid=0301"&gt;http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03p0101140250&amp;amp;day=2007/02/14§ionid=0301&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่เป็นคำพูดที่พุ่งเป้าไปสู่สื่อมวลชนโดยเฉพาะ หญิงสาวคนหนึ่งพยายามจะบอกว่า หากหล่อนอยู่ในกรอบเกณฑ์ หล่อนไม่ได้รับความสนใจจากสื่อ แต่เมื่อใดที่หล่อนขายเซ็กส์ สื่อจะตะครุบหล่อนทันที ดังนั้น การที่หล่อนโชว์เนื้อหนัง ก็เพราะหล่อนต้องการให้สังคม (แบบชายเป็นใหญ่) หันมามองความสามารถของหล่อน สื่อมวลชนจึงเป็นจำเลยสำคัญในกรณีนี้ สื่อมวลชนทำหน้าที่ดุจพระเจ้าที่จะเลือกนำผู้หญิงคนใดมากล่าวถึง ขึ้นหน้าหนึ่ง พวกหล่อนที่เป็นเพียงเพศรองที่ต้องแสดงตัวให้ถูกเลือกจึงไม่มีวิธีอื่น นอกจากโชว์เนินเนื้อเท่านั้น สื่อเป็น “ผู้ดู” ทั้งนักข่าว ช่างภาพ และเป็น “ผู้เลือก” ประเมินค่า ตีราคาพวกหล่อน รวมทั้งเป็นคนสำคัญในการนำพวกหล่อนมาขายอย่างถูกต้อง ด้วยการขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ในขณะเดียวกันก็ยัดเยียดข้อหาดาวยั่วสวาทให้พวกหล่อนเสร็จสรรพ อีกทั้งไปแสวงหาคำประเมินคุณค่าอีกมากมายมาตอกย้ำความเป็นดาวยั่วของพวกหล่อน สายตาของสื่อเป็นตัวแทนของสายตาหื่นกระหายของระบบสังคมแบบชายเป็นใหญ่&lt;br /&gt;ใช่ พวกหล่อนมีสิทธิจะแต่งกายอวดเรือนร่าง แต่หล่อนลืมคิดไปว่า พวกหล่อนอยู่ในสังคมที่ชายเป็นใหญ่ และเนื้อตัว ร่างกายของพวกหล่อน ถูกจ้องมอง ถูกตีค่า จากสายตาของพระเจ้าสื่อมวลชน ดังนั้นเมื่อหล่อนจึงทำตัวเป็น “ผู้ถูกมอง” อย่างที่สังคมแบบชายเป็นใหญ่ต้องการ นั่นคือ โชว์เนินเนื้อให้เต็มที่ ก่อนที่จะแสดงบท “เด็กสาวถูกลงโทษ” ด้วยการออกรายการโทรทัศน์ ร้องห่มร้องไห้สำนึก หรือโร่ชี้แจงข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ทั้งหมดทั้งมวล คือภาพบทบาทของหญิงสาวยั่วสวาทสำนึกผิด ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ชาย (ไม่ใช่แต่เสี่ยเจียงที่เป็นผู้ชายเป็นใหญ่ แต่สังคมนี้ คือผู้ชายเป็นใหญ่) เราจึงเห็นปรากฏการณ์ดังที่เกิดขึ้นในจอโทรทัศน์ หรือหน้าหนังสือพิมพ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่จากเหตุการณ์นี้ ใครบ้างที่ได้ประโยชน์ หญิงสาวเป็นเพียงหมากเดียว ในเกมของผลประโยชน์ (แม้ว่าหล่อนจะคิดว่าหล่อนได้ประโยชน์จากการนี้ เพราะสื่อมวลชนหันมามองพวกหล่อนเป็นตาเดียว และหล่อนก็มีข่าวลงหน้าหนังสือพิมพ์ และได้ออกข่าวช่วงไพรมไทม์อย่างน้อย 3 วันติดกัน)&lt;br /&gt;อันดับแรก สื่อมวลชน ได้มีข่าวฉาวขายต่อเนื่องไป 3 วัน จากกรณีของหล่อน ไปสู่การพยายามจะโทษว่าพวกหล่อนเป็นต้นเหตุของปัญหาสังคม แม้จะมีความคิดเห็นตรงข้ามบ้าง แต่ก็เป็นเพื่อรักษาสมดุลของข่าว ตามทฤษฎีข่าวเท่านั้น) เพื่อให้เกิดกระแสโต้เถียงกันบ้าง เป็นการขายข่าวได้ต่อเนื่องแตกไปอีกหลายประเด็น (รวมถึงบทความนี้ด้วย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันดับที่สอง หนังชื่อพิลึกๆ ทั้งหลายที่หล่อนร่วมแสดง กลับได้รับการพูดถึงซ้ำๆ ซากๆ โดยไม่ต้องทำการตลาด ไม่ต้องซื้อหน้าโฆษณาหนังสือพิมพ์ขายดีอันดับประเทศ ไม่ต้องซื้อเวลาข่าวโทรทัศน์ ดาราร่วมแสดงได้ออกรายการโดยไม่ต้องร้องขอ รายการคุยข่าวทั้งหลายเอ่ยถึงโดยไม่ต้องเสียเงินจ้าง ดังล้ำหน้าหนังไปอีก ปลุกกระแสได้น่าตื่นใจโดยยังไม่ได้เปิดตัว&lt;br /&gt;นี่อาจเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ที่ทำให้พวกหล่อนต้องยอมเจ็บตัวนิดๆ หน่อยๆ ด้วยคำสัญญาเบื้องหลังว่า พวกหล่อนจะดังในชั่วข้ามคืน เป็นข้อเสนอที่ยั่วยวนไม่น้อย เพราะดาราทุกวันนี้ล้นจอจนเกิดยากเกิดเย็นเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีแต่พวกหล่อนเท่านั้นที่ตกเป็นเหยื่อ ในขณะที่ทุกฝ่ายฉกฉวยทุกอย่างจากร่างกายของหล่อน&lt;br /&gt;แล้ว...คนที่หากินกับผู้หญิงขายเรือนร่าง เขาเรียกว่า “แมงดา” มิใช่หรือ??&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-1789919568503644502?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/1789919568503644502/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=1789919568503644502&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/1789919568503644502'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/1789919568503644502'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/04/blog-post.html' title='จุดขายข่าว สิทธิในการโป๊ และทฤษฎีการสมคบคิด'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-7315016799776531864</id><published>2007-03-18T18:58:00.000-07:00</published><updated>2007-03-18T19:02:56.248-07:00</updated><title type='text'>ข้าต่อต้านสงคราม ทุกรูปแบบ</title><content type='html'>&lt;object width="425" height="350"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/MShJ8h7cEbE"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="wmode" value="transparent"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/MShJ8h7cEbE" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" width="425" height="350"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;The Cranberries - Zombie&lt;br /&gt;"Zombie"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Another head hangs lowly, &lt;br /&gt;Child is slowly taken. &lt;br /&gt;And the violence caused such silence, &lt;br /&gt;Who are we mistaken? &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;But you see, it's not me, it's not my family. &lt;br /&gt;In your head, in your head they are fighting, &lt;br /&gt;With their tanks and their bombs, &lt;br /&gt;And their bombs and their guns. &lt;br /&gt;In your head, in your head, they are crying... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;In your head, in your head, &lt;br /&gt;Zombie, zombie, zombie, &lt;br /&gt;Hey, hey, hey. What's in your head, &lt;br /&gt;In your head, &lt;br /&gt;Zombie, zombie, zombie? &lt;br /&gt;Hey, hey, hey, hey, oh, dou, dou, dou, dou, dou... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Another mother's breakin', &lt;br /&gt;Heart is taking over. &lt;br /&gt;When the vi'lence causes silence, &lt;br /&gt;We must be mistaken. &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;It's the same old theme since nineteen-sixteen. &lt;br /&gt;In your head, in your head they're still fighting, &lt;br /&gt;With their tanks and their bombs, &lt;br /&gt;And their bombs and their guns. &lt;br /&gt;In your head, in your head, they are dying... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;In your head, in your head, &lt;br /&gt;Zombie, zombie, zombie, &lt;br /&gt;Hey, hey, hey. What's in your head, &lt;br /&gt;In your head, &lt;br /&gt;Zombie, zombie, zombie? &lt;br /&gt;Hey, hey, hey, hey, oh, oh, oh, &lt;br /&gt;Oh, oh, oh, oh, hey, oh, ya, ya-a...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-7315016799776531864?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/7315016799776531864/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=7315016799776531864&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/7315016799776531864'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/7315016799776531864'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/03/blog-post_18.html' title='ข้าต่อต้านสงคราม ทุกรูปแบบ'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-4976201676822277098</id><published>2007-03-17T04:08:00.000-07:00</published><updated>2007-03-18T19:10:14.149-07:00</updated><title type='text'>ข้า ต่อต้านสงครามทุกรูปแบบ</title><content type='html'>ข้า ต่อต้านสงครามทุกรูปแบบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object width="425" height="350"&gt;&lt;param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/sPGRyk2kHe4"&gt;&lt;/param&gt;&lt;param name="wmode" value="transparent"&gt;&lt;/param&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/sPGRyk2kHe4" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent" width="425" height="350"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;green day - when september ends&lt;br /&gt;"Wake Me Up When September Ends"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Summer has come and passed&lt;br /&gt;The innocent can never last&lt;br /&gt;wake me up when september ends&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;like my fathers come to pass&lt;br /&gt;seven years has gone so fast&lt;br /&gt;wake me up when september ends&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;here comes the rain again&lt;br /&gt;falling from the stars&lt;br /&gt;drenched in my pain again&lt;br /&gt;becoming who we are&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;as my memory rests&lt;br /&gt;but never forgets what I lost&lt;br /&gt;wake me up when september ends&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;summer has come and passed&lt;br /&gt;the innocent can never last&lt;br /&gt;wake me up when september ends&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ring out the bells again&lt;br /&gt;like we did when spring began&lt;br /&gt;wake me up when september ends&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;here comes the rain again&lt;br /&gt;falling from the stars&lt;br /&gt;drenched in my pain again&lt;br /&gt;becoming who we are&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;as my memory rests&lt;br /&gt;but never forgets what I lost&lt;br /&gt;wake me up when september ends&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Summer has come and passed&lt;br /&gt;The innocent can never last&lt;br /&gt;wake me up when september ends&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;like my father's come to pass&lt;br /&gt;twenty years has gone so fast&lt;br /&gt;wake me up when september ends&lt;br /&gt;wake me up when september ends&lt;br /&gt;wake me up when september ends&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-4976201676822277098?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/4976201676822277098/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=4976201676822277098&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4976201676822277098'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4976201676822277098'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/03/blog-post_17.html' title='ข้า ต่อต้านสงครามทุกรูปแบบ'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-7179703131406026340</id><published>2007-03-17T04:02:00.000-07:00</published><updated>2007-03-18T19:21:42.572-07:00</updated><title type='text'>ข้าพเจ้าต่อต้านสงครามทุกรูปแบบ</title><content type='html'>ข้าพเจ้าต่อต้านสงครามทุกรูปแบบ&lt;br /&gt;ข้า ไม่ต้องการสงคราม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed src="http://www.youtube.com/v/E9VhD4SccSE" width="425" height="350" type="application/x-shockwave-flash" wmode="transparent"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Guns N' Roses - Civil War&lt;br /&gt;Civil War  &lt;br /&gt; &lt;br /&gt;Guns And Roses - Civil War&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"What we've got here is failure to&lt;br /&gt;communicate.&lt;br /&gt;Some men you just can't reach...&lt;br /&gt;So, you get what we had here last week,&lt;br /&gt;which is the way he wants it!&lt;br /&gt;Well, he gets it!&lt;br /&gt;N' I don't like it any more than you men."&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Look at your young men fighting&lt;br /&gt;Look at your women crying&lt;br /&gt;Look at your young men dying&lt;br /&gt;The way they've always done before&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Look at the hate we're breeding&lt;br /&gt;Look at the fear we're feeding&lt;br /&gt;Look at the lives we're leading&lt;br /&gt;The way we've always done before&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;My hands are tied&lt;br /&gt;The billions shift from side to side&lt;br /&gt;And the wars go on with brainwashed pride&lt;br /&gt;For the love of God and our human rights&lt;br /&gt;And all these things are swept aside&lt;br /&gt;By bloody hands time can't deny&lt;br /&gt;And are washed away by your genocide&lt;br /&gt;And history hides the lies of our civil wars&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;D'you wear a black armband&lt;br /&gt;When they shot the man&lt;br /&gt;Who said "Peace could last forever"&lt;br /&gt;And in my first memories&lt;br /&gt;They shot Kennedy&lt;br /&gt;I went numb when I learned to see&lt;br /&gt;So I never fell for Vietnam&lt;br /&gt;We got the wall of D.C. to remind us all&lt;br /&gt;That you can't trust freedom&lt;br /&gt;When it's not in your hands&lt;br /&gt;When everybody's fightin'&lt;br /&gt;For their promised land&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;And&lt;br /&gt;I don't need your civil war&lt;br /&gt;It feeds the rich while it buries the poor&lt;br /&gt;Your power hungry sellin' soldiers&lt;br /&gt;In a human grocery store&lt;br /&gt;Ain't that fresh&lt;br /&gt;I don't need your civil war&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Look at the shoes your filling&lt;br /&gt;Look at the blood we're spilling&lt;br /&gt;Look at the world we're killing&lt;br /&gt;The way we've always done before&lt;br /&gt;Look in the doubt we've wallowed&lt;br /&gt;Look at the leaders we've followed&lt;br /&gt;Look at the lies we've swallowed&lt;br /&gt;And I don't want to hear no more&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;My hands are tied&lt;br /&gt;For all I've seen has changed my mind&lt;br /&gt;But still the wars go on as the years go by&lt;br /&gt;With no love of God or human rights&lt;br /&gt;'Cause all these dreams are swept aside&lt;br /&gt;By bloody hands of the hypnotized&lt;br /&gt;Who carry the cross of homicide&lt;br /&gt;And history bears the scars of our civil wars&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"WE PRACTICE SELECTIVE ANNIHILATION OF MAYORS AND GOVERNMENT OFFICIALS&lt;br /&gt;FOR EXAMPLE TO CREATE A VACUUM&lt;br /&gt;THEN WE FILL THAT VACUUM&lt;br /&gt;AS POPULAR WAR ADVANCES&lt;br /&gt;PEACE IS CLOSER" **&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I don't need your civil war&lt;br /&gt;It feeds the rich while it buries the poor&lt;br /&gt;Your power hungry sellin' soldiers&lt;br /&gt;In a human grocery store&lt;br /&gt;Ain't that fresh&lt;br /&gt;And I don't need your civil war&lt;br /&gt;I don't need your civil war&lt;br /&gt;I don't need your civil war&lt;br /&gt;Your power hungry sellin' soldiers&lt;br /&gt;In a human grocery store&lt;br /&gt;Ain't that fresh&lt;br /&gt;I don't need your civil war&lt;br /&gt;I don't need one more war&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;I don't need one more war&lt;br /&gt;Whaz so civil 'bout war anyway&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-7179703131406026340?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/7179703131406026340/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=7179703131406026340&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/7179703131406026340'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/7179703131406026340'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/03/blog-post.html' title='ข้าพเจ้าต่อต้านสงครามทุกรูปแบบ'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-4260712738606655304</id><published>2007-02-23T22:52:00.000-08:00</published><updated>2007-02-23T23:07:38.196-08:00</updated><title type='text'>เรื่องโป๊เปลือย กับลัทธิสตรีนิยม</title><content type='html'>เรื่องโป๊เปลือย กับลัทธิสตรีนิยม &lt;br /&gt;(ตีพิมพ์ครั้งแรก นิตยสาร คนมีสี ปีที่ 2 ฉ.ที่ 40 กพ. 2550)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="text-align:center;width:194px;font-family:arial,sans-serif;font-size:83%"&gt;&lt;div style="height:194px;background:url(http://picasaweb.google.com/f/img/transparent_album_background.gif) no-repeat left"&gt;&lt;a href="http://picasaweb.google.com/combangweb/feuzpC"&gt;&lt;img src="http://lh3.google.com/image/combangweb/Rd_iepPKxTE/AAAAAAAAACY/AWwX6l21rgU/s160-c/feuzpC.jpg" width="160" height="160" style="border:none;padding:0px;margin-top:16px;"&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;a href="http://picasaweb.google.com/combangweb/feuzpC"&gt;&lt;div style="color:#4D4D4D;font-weight:bold;text-decoration:none;"&gt;โป๊เปลือย&lt;/div&gt;&lt;/a&gt;&lt;div style="color:#808080"&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำว่า สตรีนิยม กลายเป็นที่ยอมรับ และรับรู้กันอย่างดีแล้วในสังคมไทย (แม้ว่าจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก็ตาม) และถูกใช้เป็นเครื่องมือหนึ่ง ในการตีความปรากฏการณ์ทางสังคมหลายรูปแบบ โดยเฉพาะสื่อศิลปะ ทั้งงานศิลปะและงานวรรณกรรม&lt;br /&gt;ผลงานโดดเด่นที่เสียดแทงลูกตาสังคม ของศิลปินหญิงและนักเขียนหญิงกลุ่มที่ถูกตีความว่าได้รับอิทธิพลแนวสตรีนิยม นั้น มักแสดงออกมาในรูป ภาพเปลือย ภาพอวัยวะของผู้หญิง และงานวรรณกรรมก็มักเป็นงานโป๊เปลือย เปิดเผยความคิด และภาพ (ผ่านตัวอักษร) การร่วมเพศอย่างชัดเจน งานกลุ่มนี้มักถูกเรียกว่า งานอีโรติค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วทำไม ศิลปิน และนักเขียน ต้องเลือกการแสดงออกแบบ อีโรติก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนจะเข้าเรื่อง ต้องขออธิบายก่อนว่า อิทธิพลจากแนวคิดสตรีนิยม มิใช่ทำให้ศิลปินหญิงและนักเขียนหญิงมุ่งเสนองานโป๊เปลือย งานโป๊ๆ บางอย่าง ก็ไม่ได้สำแดงความเป็นสตรีนิยมอะไรเลย และก็มีงานหลายอย่างที่ไม่จำเป็นต้องโป็ แต่ก็แรงกระแทกกะโหลกผู้ชมหรือผู้อ่านงานจนสมองชา (คงต้องว่ากันทีหลัง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การนำเสนอเรื่องโป๊หวาม มิใช่เพิ่งกำเนิดขึ้นเมื่อสังคมเปิดเผยเพราะโลกไร้พรมแดน ทว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องพื้นฐานของมนุษย์ และเกิดขึ้นพบเห็นเป็นส่วนหนังของวงจรชีวิต ที่สักวันหนึ่ง เมื่อศิลปินมีผู้หญิงมากขึ้น ศิลปินหญิงและนักเขียนหญิง ย่อมนำเสนอเรื่องใกล้ตัวนี้ออกมาเป็นผลงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากจับตาจ้องไปที่งานศิลปะ เราจะมองเห็นผลงานเหล่านี้อย่างชัดเจน และเข้าใจได้ง่ายกว่า เช่น ผลงานของ พินรี สัณฑ์พิพักษ์ ส่วนใหญ่มักเป็นภาพนม และเรือนร่างผู้หญิง ผู้ดูผลงานจะมองเห็นมิติลึกของประเด็นศิลปะอย่างชัดเจน ว่าแน่นอน ศิลปินมิได้นำเสนอภาพนมแบบยั่วยุไปในทางกามารมณ์ แต่กำลัง เสนอภาพนมอันเป็นสัญญะของเพศ หรือภาพถ่ายของ ณัฐนลิน น้อยไม้ ชุดผู้หญิงไม่มีหัวนม ที่ชื่อชุดภาพถ่ายบ่งบอกความหมายในเรื่องเพศ หรือชุด นาทีแห่งความเงียบงัน เน้นแสดงเรือนร่างของเพศหญิง คู่กับดอกไม้ ซึ่งสามารถตีความหมายเชิงสัญญะได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่สำหรับงานเขียนนั้น ผู้อ่านบางคนอาจจะตั้งคำถามว่า จะแยกงานจำพวก กระตุ้นต่อมอารมณ์ (ปลุกใจเสือป่า) กับงานเขียนโป๊เปลือยที่แสดงแนวคิดสตรีนิยม ได้อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนอื่นคงต้อง (พยายาม) อธิบาย ให้ผู้อ่านเข้าใจว่า งานเขียนแบบโป๊เปลือย มีหลากหลายประเภท และนักเขียนหญิงที่เขียนงานโป๊เปลือยก็อาจจะไม่ได้แสดงความคิดเชิงสตรีนิยมก็ได้ เช่น งานกลุ่มที่เรียกว่า นิยายพาฝัน หรือนิยายโรมานซ์ ส่วนใหญ่มีโครงเรื่องเน้นฉากโป๊เปลือยร่วมรัก ประเภทเด็กสาวโหยหาเจ้าที่ดินเพศชายให้มาร่วมรัก สุดท้ายลงเอยด้วยความสมหวังในรัก (หรือเซ็กส์) ปัจจุบัน โครงเรื่องประเภทนี้ขยายกลุ่มทางการตลาดมากขึ้น โดยลดระดับอายุลง เกิดเป็นแนวเรื่องที่เรียกกันว่า ชิกลิท (chick-lit ย่อมาจาก chick literature ที่เน้นเรื่องรักวัยรุ่น แต่มักแทรกฉากมีเซ็กซ์ลงไปด้วย) นักสตรีนิยมฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะพวก post-modern (พยายาม) ตีความวรรณกรรมโป๊เปลือยโจ๋งครึ่มประเภทนี้ว่า เป็นการสำแดงวิธีคิดแบบสตรีนิยม นั่นคือ เปิดเผยแง่มุมเรื่องเพศในมุมมองของฝ่ายหญิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์โครงเรื่องกันอย่างละเอียด วิธีตีความของนักสตรีนิยมฝั่งตะวันตกไม่น่าจะถูกทั้งหมด ดังที่กล่าวมา เพราะเรื่องประเภทนี้บางเรื่องก็อาจตีความได้เป็นเพียงเรื่องระบายความใคร่ธรรมดา ด้วยโครงเรื่องที่ให้เพศหญิงตกเป็นเบื้องล่างตัวละครเพศชาย แม้กระทั่งเรื่องความต้องการทางเพศ และไม่ได้นำเสนออะไรเลยที่แสดงว่า เป็นความต้องการแท้จริงของเพศหญิง เป็นเพียงเรื่องรักในโครงสร้างแบบสังคมชายเป็นใหญ่ที่มีฉากร่วมรักชัดแจ้งกว่าปกติเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากจะให้มองอย่างวิเคราะห์ อาจจะต้องมองรายละเอียดในแต่ละเรื่องลงไป อีกทั้งค้นให้ลึกถึงวัตถุประสงค์ของผู้เขียน ว่าวรรณกรรมโป๊เปลือยเรื่องใดมีมุมมองแบบสตรีนิยม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักเขียนหญิงของไทยคนที่ทำให้วงการวรรณกรรมตื่นตระหนก คงต้องกล่าวถึง สุจินดา ขันตยาลงกต นักเขียนหญิงที่มีผลงานเรื่องแนวอิโรติก ปรากฏมากมายในช่วง พ.ศ. 2535 – 2540 และมีหนังสือรวมเรื่องสั้นรวมเล่ม 5 เล่ม โดยสำนักพิมพ์บ้านหนังสือ คือ ใจดวงเปลี่ยว (2535) เหมือนระบำดอกนุ่น (2536) ปาร์ตี้ (2538) ภาพร่างเหมือนจริง (2540) เรื่องสั้นคัดทิ้ง (2540)&lt;br /&gt;งานเขียนของ สุจินดา เน้นเรื่องเพศสัมพันธ์ของผู้หญิงเป็นแนวทางการเขียนหลัก นำเสนออารมณ์และความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความรัก ความใคร่ เพศสัมพันธ์ ผ่านมุมมองของเพศหญิง ที่มีลักษณะเป็นผู้นำในการมีเพศสัมพันธ์ ในเรื่องสั้นมีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ชัดเจน บรรยายรายละเอียดอย่างโจ่งแจ้ง แม้จะไม่ถึงหยาบคาย แต่ก็ไม่ใช่วิธีแบบเดิมที่เน้นการสร้างอุปมาอุปมัยเพื่อสร้างความสุภาพในวรรณกรรม เป็นแนวทางการเขียนที่ท้าท้ายวงการวรรณกรรมมาก เพราะไม่มีนักเขียนหญิงคนใดที่นำเสนอเรื่องในแนวทางเช่นนี้ชัดเจนเป็นแบบเดียวอย่างสุจินดา เป็นความพยายามของผู้เขียนที่ต้องการให้เรื่องเกี่ยวกับเพศเป็นเรื่องที่ธรรมดา และไม่ใช่เรื่องต้องห้าม ดังที่กล่าวไว้ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; “สังคมไทยควรเลิกปิดบังเรื่องเพศได้แล้ว เพราะยิ่งปิดบังให้มันลึกลับจะทำให้เด็กอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น” (สุจินดา ขันตยาลงกต, คำนำ ปาร์ตี้ , 2538, หน้า 17) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม วิธีการเขียนของสุจินดา เที่ยบได้กับงานของนักเขียนหญิงเยอรมันที่นำเสนอเรื่องเพศอย่างชัดแจ้ง (ดูศิริรัตน์ ทวีเลิศนิธิ, 2538) เหมือนนักเขียนต้องการให้ผู้อ่านยอมรับว่า สิ่งที่กำลังเขียนถึงเป็นธรรมชาติของมนุษย์เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่นในเรื่องสั้นชื่อ พิกุลแกมแก้ว เล่าถึงคู่สัมพันธ์ที่มีรสนิยมต่างกันในการมีเพศสัมพันธ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วชายหนุ่มในจินตนาการก็สวมเข้ามา เป็นร่างเดียว เธอกอดรัดเขาแน่นเข้า เพื่อไม่ให้เขาเปลี่ยนท่า...ความรักของเธอเฉิดฉาย จิตวิญญาณโลดเถลิง ปีติซาบซ่าน ความรู้สึกเปล่งประกาย นี่คือการร่วมรักที่เธอไม่เคยสัมผัส เธอร่วมรักกับใครนั่นไม่ใช่ปัญหา แต่ความรู้สึกที่ตอบสนองเป็นหนึ่งเดียว วิญญาณเดียว ท่วงท่าเดียว จังหวะเดียว เป็นการร่วมรักที่ไม่ใช่เพียงการสำเร็จความใคร่บนร่างของเขาอย่างที่เคยเป็นมา (จาก ใจดวงเปลี่ยว ,พิมพ์ครั้งที่ 4,2539, หน้า 98)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือในเรื่องสั้นชื่อเดียวกับเล่ม ใจดวงเปลี่ยว&lt;br /&gt;ความเอยความเปล่าเปลี่ยวที่เคยมี ความอยากลิ้มชิมรส ปรารถนาที่ไม่เคยเต็มอิ่ม ใกล้สนิทแต่เหมือนไม่เคยได้สัมผัส เพียงอีกนิดน่ะ แต่ก็ยังไม่เคยแตะ ถวิลหา อารมณ์เหล่านี้ ห่างหาย ไกลเลื่อน เหมือนไม่จริง แต่ที่อยู่ตรงนี้ ที่รู้สึกอยู่นี่ ตรงอ้อมขาไหวระริก นี่ซิ...ความจริง (จาก ใจดวงเปลี่ยว ,พิมพ์ครั้งที่ 4,2539, หน้า 83)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความสำคัญของสุจินดา ต่อการเขียนงานวรรณกรรม คือ สุจินดา เน้นการสร้างงานแบบเดียว หรือพูดง่ายๆ เน้นการเขียนเรื่องโป๊เปลือย แต่การโป๊เปลือยในเรื่องของสุจินดา เน้นการสร้างมุมมองใหม่ในเรื่องเพศ นำเสนอความคิด ปละการโต้แย้งสังคมแบบชายเป็นใหญ่ ผ่านตัวละครหญิง นับเป็นความโดดเด่นอย่างยิ่ง แต่ที่น่าเสียดายคือ หลังจากขึ้นถึงขีดสุดของเธอ เมื่อเธอย้ายไปใช้ชีวิตต่างประเทศจากนั้นกลับไม่มีงานเรื่องสั้นแบบนี้ออกมาอีก แต่เธอก็พัฒนาไปเขียนนวนิยาย ที่นำเสนอประเด็นของผู้หญิงเช่นกัน&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม สุจินดา มิใช่คนแรก และคนเดียว ที่เขียนเรื่องโป๊เปลือย ที่นำเสนอประเด็นแบบลัทธิเฟมินิสม์ เพียงแต่เธอเป็นคนที่ทำให้เกิดการถกถียงกันในวงกว้าง มีทั้งผู้ชื่นชม และผู้ก่นด่า มากมายคนหนึ่งในรอบทศวรรษที่ผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพเปิด&lt;br /&gt;fe04 ภาพร่างเหมือนจริง สุจินดา ขันตยาลงกต 2540&lt;br /&gt;คลิกเข้าไปจะเจอภาพ&lt;br /&gt;fe01 ผลงานของพินรี สัณฑ์พิทักษ์ (The Trio, 2539)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-4260712738606655304?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/4260712738606655304/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=4260712738606655304&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4260712738606655304'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4260712738606655304'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/02/feminism-2.html' title='เรื่องโป๊เปลือย กับลัทธิสตรีนิยม'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-6380415215620110095</id><published>2007-02-17T00:53:00.000-08:00</published><updated>2007-02-17T01:08:00.465-08:00</updated><title type='text'>สวย สวย สวย สวย สวย ซ้วย ซ้วย สวย</title><content type='html'>&lt;div style="FONT-SIZE: 83%; WIDTH: 194px; FONT-FAMILY: arial,sans-serif; TEXT-ALIGN: center"&gt;&lt;div style="BACKGROUND: url(http://picasaweb.google.com/f/img/transparent_album_background.gif) no-repeat left 50%; HEIGHT: 194px"&gt;&lt;a href="http://picasaweb.google.com/combangweb/N"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: medium none; PADDING-RIGHT: 0px; BORDER-TOP: medium none; MARGIN-TOP: 16px; PADDING-LEFT: 0px; PADDING-BOTTOM: 0px; BORDER-LEFT: medium none; PADDING-TOP: 0px; BORDER-BOTTOM: medium none" height="160" src="http://lh4.google.com/image/combangweb/RdbETd9139E/AAAAAAAAACA/ibjFjHSo1r4/s160-c/N.jpg" width="160" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;a href="http://picasaweb.google.com/combangweb/N"&gt;&lt;div style="FONT-WEIGHT: bold; COLOR: #4d4d4d; TEXT-DECORATION: none"&gt;n&lt;/div&gt;&lt;/a&gt;&lt;div style="COLOR: #808080"&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;(ภาพนี้ไม่ได้ถ่ายเอง แต่ไม่ทราบว่าผู้ใดโหลดมาไว้ในเครื่อง ขออภัยที่ไม่สามารถระบุที่มาได้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อไม่นานมานี้ ประเทศไทยช่างยิ่งใหญ่ออกหน้าออกตา ในฐานะประเทศเจ้าภาพการประกวดนัง เอ๊ย นางงามจักรวาล ที่ต้องบันทึกไว้เป็นผลงานระดับโลก โอ้อวดกันไปอีกสามปี ห้าปี โหย…อะไรจะปานนั้น …นอกจากเราจะได้เป็นเมืองแห่งแฟชั่น…(ที่ยกเลิกไปแล้ว ก๊าก) แล้วเรายังได้เป็นเมืองแห่งนางงามกลางเมืองอีกด้วย… ไม่ยินดีวันนี้แล้วจะไปยินดีวันไหนได้อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องการประกวดนางงาม เราก็เคยคุยกันไปบ้างแล้ว วันนี้เราจะมาชื่นชมความงามกันอีกที ด้วยการยกเวทีขึ้นมาไว้ที่หน้ากระดาษ&lt;br /&gt;สมมติว่าเราคือคนดู นั่งหน้าเวทีเลย เอาใกล้ๆ เห็นทุกร่อง เอ๊ะ ไม่ดี เอากำลังดี เห็นบนเห็นล่าง น่าน…ยังง้าน เงยหน้านิด นั่นไง สาวงามที่มาประกวดกันกลางเมือง เขาเดินกันมานั่นแล้ว บิดซ้าย บิดขวา หุบนิด อ้าหน่อย (หมายถึงปากเจ้าค่ะ) หมุน กิ๊บ กิ๊ว ผ่านไปหนึ่ง มาอีกหนึ่ง…เหมือนเดิม….&lt;br /&gt;สวยไหมล่ะ สวยในสายตาของคุณ หรือสวยในสายตาของใคร หรือสวยแบบไหน หรือสวยแบบที่ใครต้องการ&lt;br /&gt;ถ้าถามฉัน สวยในสายตาของฉันก็คือ สวยเท่ เดินยังกะจะมาต่อยใคร ยกไหล่นิดนึง หน้าเข้ม ตาคม นมแบนเหมือนเคต มอสส์ (Cate Moss- ต้นตำรับนมแบนไม่สนใจใคร [โว้ย]) แต่นี่ย่อมไม่ใช่สวยในสายตาของคณะกรรมการนางงามจักรวาลแน่นอนล่ะ นี่เขาเรียกทัศนะส่วนบุคคล&lt;br /&gt;แต่สวยในสายตากรรมการ มันคือสวยในมาตรฐานใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากประกวดนางงามจักรวาล มีใครเคยได้ดูรายการ ประกวดนางงามหงส์ (Swan) ทางช่องยูบีซีบ้าง หากใครชอบดูการประกวดนางงาม ผสมผสานรายการเรียลลิตี้โชว์ล่ะก็ล่ะก็ ขอแนะนำว่า ดูรายการนี่ดีกว่า โคตรมันเลย (ไอ้พวกบิ๊กบราต้งบราเตอร์ตกเวทีไปโน่นเลย) ฉันขอเรียกว่า ประกวดสุดขั้ว ถอนรากถอนโคน เพราะเป็นการให้ผู้สมัครจากทางบ้านประกวดกันสวย ก็ไม่ว่าพวกเธอเหล่านั้นจะ แก่ ย้วย ยาน ฟันผุ ตาเข ปากแหว่ง ขนาดไหน ขอเชิญสมัคร เพราะรายการจะปฏิวัติความงามของเธอพวกนั้น ด้วยการศัลยกรรมใหม่ทั้งตัว!!~ สุดยอดการประกวดตัวจริงเสียงจริง ในการประกวดจะตั้งต้นด้วยการปรึกษาว่าจะผ่าอะไรบ้าง ทำอะไรกับร่างกายและมีบำบัดจิตด้วย (เนื่องจากผู้เข้าประกวดมักเป็นพวกสุขภาพจิตตกต่ำ เพราะคิดว่าตัวเองไม่สวย) เธอจะกลายเป็นวัตถุเพศหญิงชิ้นหนึ่ง ที่ต้องมาอยู่กับกองประกวด เขาจะทำอะไรกับเธอก็ได้ ผ่าโน่น ผ่านี่ โดยที่ห้ามเธอดูกระจก จนกว่าจะถึงวันตัดสิน ซึ่งก็ประมาณ 3 –5 เดือนนั่นละ&lt;br /&gt;พวกเธอต้องการสวย และสวย ยอมกระทั่งเป็นตัวอะไรก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วมันต่างอะไรกับพวกที่ประกวดนางงาม ทั้งจักรวาล ไม่จักรวาล เมื่อเรายอมรับว่าเราต้องการสวย และทำตัวให้สวย ด้วยการยอมเป็นวัตถุชนิดหนึ่ง ให้เขาทำอะไรก็ได้ เขาจับให้เดินก็เดิน ให้หมุน ให้บิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วมันต่างอะไรกับเราธรรมดาที่ทำตัวให้สวยภายใต้ความต้องการของใครก็ไม่รู้ เพราะจู่ๆ เราก็เกิดอยากผิวขาวอมชมพูขึ้นมา ทั้งๆ ที่เมื่อ 10 ปี ก่อนหน้านี้มันไม่มีนะ วาทกรรมขาวอมชมพู นี่น่ะ (คงเป็นวาทกรรมระดับท้องถิ่น)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วสายตาของใครที่จับจ้องเรากันแน่ สายตาของกรรมการ สายตาของผู้ชม สายตาของพ่อแม่ สายตาของพวกหื่นกาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าตอบแบบสตรีนิยม เราก็จะได้คำตอบสำเร็จรูปว่า เราตกอยู่ภายใต้ระบบชายเป็นใหญ่ เราจึงตกอยู่ในมาตรฐานของสายตาของผู้ชาย ที่กำหนดความงามแบบผู้ชาย และเราก็พยายามจะสวยเพื่อสนองสายตาของผู้ชาย เท่านั้นหรือ ไม่เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัจจุบันมันเหมือนว่า สายตาของชายเป็นใหญ่มันจะยิ่งใหญ่ขึ้นด้วยผลประโยชน์ ด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจ ด้วยความต้องการมีอำนาจทางเศรษฐกิจ จึงยิ่งนำมาซึ่งวาทกรรมความสวยอันมากมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากขาวอมชมพู ก็เพิ่มเป็นสวยด้วยวงแขนขาว ต่อไป ‘ฮูขี่ ฮูดาก’ ก็อาจต้องขาวอมชมพูกันแล้ว ถึงจะเรียกว่าสวยตัวจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สวยอย่างนางงาม ก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา มันต้องมีอ๊อพชั่น เช่น ฉลาดด้วย เพิ่มรักเด็ก รักธรรมชาติเข้าไปอีก บางพวกก็ฉีกแนวไปเป็นทูตวัฒนธรรม ไปโน่น&lt;br /&gt;มันไม่ใช่แค่สายตาหื่นๆ ทั่วไปอีกแล้วที่กำหนดกรอบความสวย แต่มันกลายเป็นสายตาของผลประโยชน์ สายตาของการเมืองของผู้ชายที่ใช้ความสวยเป็นสิ่งครอบงำผู้หญิงไว้ และยังเป็นการเมืองเรื่องเศรษฐกิจระดับโลก ที่จะต้องดึงผลประโยชน์จากการสร้างความสวยให้เกิดขึ้นในโลก ในเมื่อธุรกิจสงครามมักถูกต่อต้าน ธุรกิจความสวยนี่ล่ะที่มาช่วยชีวิตเศรษฐกิจโลกได้บ้าง เพราะดูแค่ประเทศไทย กะอีแค่รางวัลแต่งกายลิเกยอดเยี่ยมก็ต้องแย่งเขามา เพื่อจะได้ใช้อำนาจจากรางวัลนั้น เป็นอำนาจในเชิงเศรษฐกิจ เพื่อความ “แรงข้ามทวีป” เข้ากับวาทกรรมใหม่ ที่ว่า “ความสวยคืออำนาจ” อันนี้เป็นถึงอำนาจระดับโลกทีเดียว จะว่าไปแล้ว กี่สิบกี่ร้อยปี นารีก็ยังมีรูปเป็นทรัพย์เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แล้วดูเหมือนทรัพย์นั้นจะเพิ่มค่าขึ้นเสียด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คล้ายกับว่า เราคงต้องเชื่อเสียแล้วว่า ระบบชายเป็นใหญ่อยู่คู่กับเศรษฐกิจแบบทุนนิยม อย่างแยกไม่ออก&lt;br /&gt;และก็อาจต้องเชื่อว่า ประเทศไทย พยายามจะส่งนางงามเป็นสินค้าส่งออก&lt;br /&gt;นี่ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ เป็นแต่ข้อสังเกตของฉัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-6380415215620110095?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/6380415215620110095/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=6380415215620110095&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/6380415215620110095'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/6380415215620110095'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2007/02/n.html' title='สวย สวย สวย สวย สวย ซ้วย ซ้วย สวย'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-4729690926514724534</id><published>2006-12-25T18:43:00.000-08:00</published><updated>2007-02-17T01:12:34.150-08:00</updated><title type='text'>โขนแก้บน ที่สยามพารากอน</title><content type='html'>&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#cc33cc;"&gt;โขนแก้บน ที่สยามพารากอน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="FONT-SIZE: 83%; WIDTH: 194px; FONT-FAMILY: arial,sans-serif; TEXT-ALIGN: center"&gt;&lt;div style="BACKGROUND: url(http://picasaweb.google.com/f/img/transparent_album_background.gif) no-repeat left 50%; HEIGHT: 194px"&gt;&lt;a href="http://picasaweb.google.com/combangweb/Khon"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: medium none; PADDING-RIGHT: 0px; BORDER-TOP: medium none; MARGIN-TOP: 16px; PADDING-LEFT: 0px; PADDING-BOTTOM: 0px; BORDER-LEFT: medium none; PADDING-TOP: 0px; BORDER-BOTTOM: medium none" height="160" src="http://lh4.google.com/image/combangweb/RZCMt8T54SE/AAAAAAAAABw/9OB3EF0q9kM/s160-c/Khon.jpg" width="160" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;a href="http://picasaweb.google.com/combangweb/Khon"&gt;&lt;div style="FONT-WEIGHT: bold; COLOR: #4d4d4d; TEXT-DECORATION: none"&gt;khon&lt;/div&gt;&lt;/a&gt;&lt;div style="COLOR: #808080"&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;&lt;&lt;คลิกที่รูปเพื่อดูอัลบั้ม&gt;&gt;&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่งท้ายปีหมา สยามพารากอน จัดการแสดงโขนกลางแจ้งชุดใหญ่ กลางลานระหว่างสยามพารากอนกับสยามดิสคัฟเวอรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประกาศตามสื่อว่า เป็นการแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอนพิเศษ ทัพพระรามชนะทัพทศกัณฑ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อันรามเกียรติ์ตามท้องเรื่อง สมัยที่เรียนหนังสือ เราจำได้ว่า กว่าพระรามจะฆ่าทศกัณฑ์ได้ ต้องให้หนุมานเหาะไปยังเขา หากล่องดวงใจของทศกัณฑ์มาทำลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทว่า รามเกียรติ์ ฉบับสยามพารากอน นี้ ทัพพระรามพระลักษณ์ ต่อสู้กับทัพทศกัณฑ์ ไม่นาน ผลัดกันปีนตัวแล้วพระรามก็ชนะ (ง่ายๆ ซะงั้น)&lt;br /&gt;ชวนให้คิดเหลือเกิน ว่านี่คือ “โขนแก้บน” อันเล่นเรื่องเกี่ยวกับเหตุบ้านการเมืองไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่าลืมว่า สยามพารากอนนี้ เป็นฉากสำคัญฉากหนึ่ง ของการต่อสู้ภาคประชาชน ในการเดินขบวนขับไล่ผู้นำประเทศ ภาพประชาชนที่มาชุมนุมกันวันนั้น นับเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทย เป็นฉากอันแสดงความเปลี่ยนแปลงของ “สัญญะ” เมื่อ ประชาชนมิได้รวมตัวกันที่ “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” หากแต่รวมตัวกันที่ “ห้างสรรพสินค้าสุดหรูกลางเมือง” สัญญะของทุนนิยมสุดขั้ว เพื่อขับไล่นายก “ทุนนิยมเบ็ดเสร็จ” หรือ เผด็จการทุนนิยม (อันข้าพเจ้าหมายถึงการใช้อำนาจเงินควบคุมระบบทุนนิยมทั้งหมด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้าพเจ้าไม่ลืม ว่าวันเดินขบวนนั้น ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ไม่เปิดบริการ ทว่า ก็ได้นำน้ำมาบริการแก่ประชาชนผู้มาชุมนุมกัน (โดยการนัดหมายของคุณสินธิ ลิ้มฯ) ไม่อาจตีความว่า สยามพารากอน สนับสนุนประชาชนอยู่ลึกๆ แต่ไม่แสดงออกชัดเจนแจ่มแจ้ง (ตามลักษณะของธุรกิจแบบทุนนิยม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทว่า เหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 เมื่อกองทัพออกมาเล่นบททหารหาญ หนุมานผู้จงรักต่อพระราม ในที่สุดทศกัณฑ์ ก็สิ้นอำนาจ ขบวนพระรามพระลักษณ์และนางสีดา ก็กลับเข้ามาครองอำนาจในบ้านเมือง มวลเทวดา นางฟ้า นางอัปสร ทาสีทองอร่าม จึงออกมาร่ายรำกลางเมือง แสดงความจงรักภัคดี และแสดงถึงอำนาจเชิงอภินิหาร ตามสัญญะของวรรณคดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โขนชุดนี้ จึงนับเป็นโขนแก้บน แห่งประวัติศาสตร์ เมื่อบ้านเมืองกลับสู่รูปรอยเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จึ่งพระอินทราชัยทรงครองราชย์...&lt;br /&gt;จึ่งนักปราชญ์ราชครูทรงศักดิ์ศรี&lt;br /&gt;จึ่งประชาอาณาราชยังปรีดี&lt;br /&gt;อำนาจนี้...มีขึ้นลงคงเข้าใจ....&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-4729690926514724534?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/4729690926514724534/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=4729690926514724534&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4729690926514724534'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4729690926514724534'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2006/12/blog-post_25.html' title='โขนแก้บน ที่สยามพารากอน'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-392574583505972167</id><published>2006-12-14T00:23:00.000-08:00</published><updated>2006-12-14T00:31:28.560-08:00</updated><title type='text'>มดลูกของเราหรือมดลูกของใคร กับสิ่งที่เรียกว่า สิทธิแห่งการสืบพันธุ์ (Reproductive Rights)</title><content type='html'>&lt;p align="right"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/RYELIF0pLKI/AAAAAAAAAA0/OERWklj-35o/s1600-h/p008.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5008296494242540706" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 217px; CURSOR: hand; HEIGHT: 188px" height="192" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/RYELIF0pLKI/AAAAAAAAAA0/OERWklj-35o/s320/p008.jpg" width="225" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;ตอนที่แล้วฉันเล่าเรื่องประสบการณ์ส่วนตัวแบบเพศหญิง เรื่องมดลูกของฉัน และทิ้งท้ายเรื่องการถกเถียงเรื่องมดลูกไว้ ในคราวนี้ฉันขอยกประเด็นแบบสตรีนิยม มาถกและเถียงบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อเสียอย่างหนึ่งของนักวิชาการ (ไม่เฉพาะเรื่องสตรีนิยม) คือ ชอบพูดเรื่องง่ายให้ฟังยาก และพูดเรื่องยากให้ฟังโคตรยาก!! แต่อย่างว่า การรับเอาทฤษฎีจากต่างประเทศมาอธิบายเป็นภาษาไทยย่อมจะยาก ด้วยศัพท์แสงที่ไม่รู้จะเรียกเป็นไทยอย่างไรให้ครอบคลุมความหมายตามต้นทฤษฎี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในกรณีของเรื่องสตรีนิยม เอาแค่คำว่า gender, sex, sexuality, radical feminism ก็ถอดเป็นไทยกันวุ่นวาย และโดยเฉพาะคำที่นำมาเป็นหัวเรื่องคราวนี้ นั่นคือ คำว่า Reproductive Rights ซึ่งนักสตรีนิยมไทยแปลเป็นไทยว่า สิทธิอนามัยเจริญพันธุ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆ ฉันว่าคำ Reproductive ถ้าแปลว่า “สืบพันธุ์” น่าจะให้ความหมายตรงมากกว่าคำว่าเจริญพันธุ์ แม้จะฟังทื่อมะลื่อและชวนตะขิดตะขวงยิ่งนัก แต่ในความเห็นแบบทื่อๆ ของฉันเห็นว่าตรงดี ดังนั้น Reproductive Rights ก็น่าจะแปลว่า “สิทธิแห่งการสืบพันธุ์” ชัดเจนแจ่มแจ้งเข้าเรื่องเข้าราวดี และแน่นอน...เรื่องแห่งการสืบพันธุ์นี้ต้องมี “มดลูก” เป็นตัวละครเอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพรวมของสิทธิแห่งการสืบพันธุ์ แบ่งเป็นสองประเด็นใหญ่ คือ สิทธิในการควบคุมร่างกายของเพศหญิง และสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการเจริญพันธุ์หรือสืบพันธุ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันจะจับเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับมดลูกโดยแท้ คือเรื่องสิทธิในการสืบพันธุ์ ซึ่งตามทฤษฎีแบ่งไว้เป็น 1. การท้อง 2. การไม่ท้อง และ 3. ความตั้งใจที่จะไม่ท้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากยึดหลักสิทธิในร่างกาย มดลูกของใครย่อมเป็นมดลูกของคนนั้น (แน่ล่ะ) และคนนั้นจะทำอย่างไรกับมดลูกของตัวก็ได้ เป็น “สิทธิส่วนบุคคล” ทว่าตามหลักจริยธรรม สังคม รวมถึงศาสนา แล้ว มดลูกกลายเป็นเรื่องสาธารณะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในสังคมไทย การพูดถึงเรื่องสืบพันธุ์อย่างโจ่งแจ้งเป็นเรื่องหยาบคายไม่สมควร (ไม่รู้เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่) ทว่าการกล่าวถึงอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งน่าจะเป็นหนทางที่ดีกว่า และลดปัญหาผู้หญิงไปได้มากกว่า ฝ่ายหญิงจะได้ไม่เก็บกด และกลายเป็นแพะรับบาปตลอดกาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อประเด็นแรกคือสิทธิในใช้มดลูกของตน มดลูกถูกตีค่าต่ำกว่าอัณฑะ การใช้อัณฑะอย่างฟุ่มเฟือยเป็นเรื่องการสำแดงอำนาจของเพศชาย ทว่าเมื่อมดลูกถูกใช้อย่างฟุ่มเฟือยบ้าง กลับกลายเป็นเรื่องของความใจแตกแหลกเหลวเลวชั่ว ทั้งที่ประเด็นควรจะอยู่ที่การสามารถเลือกที่จะใช้หรือไม่ใช้มดลูกของตนตามความพอใจ และต้องได้รับความปลอดภัย ภายใต้การดูแลจากสังคม อันหมายถึงการให้ความรู้ในการดูและรักษามดลูกที่ถูกต้องจากสังคมและรัฐ แต่สังคมไทยไม่ใช่แบบนั้น เมื่อมีองค์กรบางองค์กรพิมพ์หนังสือประเภทให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศ มักถูกต่อต้านในทำนองว่าชักชวนให้เด็กใจแตก และส่งเสริมการมีเพศสัมพันธ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การให้ความรู้เรื่องการใช้มดลูก แท้จริงแล้วเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมด้วยซ้ำ เมื่อเด็กสาวรู้จักร่ายกายของตนดีพอ จึงจะสามารถดูแลและรักษาสิทธิของตนได้ และไม่นำไปสู่ปัญหาตามมา --ปัญหาที่เกิดจากมดลูกนั่นล่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเด็กสาวท้อง มดลูกของเธอจะกลายเป็นมดลูกของสังคมทันที การตัดสินใจเอาไว้ หรือเอาออก เป็นเรื่องของญาติ พ่อแม่พี่น้อง รวมถึงแฟน ที่สำคัญยังมีเรื่องของเศรษฐกิจสังคมมาเป็นเหตุผลประกอบอีกด้วย และโดยที่รัฐแทบจะเพิกเฉยกับประเด็นท้องขณะไม่พร้อม เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้ทำแท้งด้วยเหตุผล-ไม่พร้อม ทว่ารัฐ-กฎหมายก็ไม่มีบทบังคับอะไรที่เป็นการปกป้องเพศหญิงที่ต้องเป็นแม่โดยไม่พร้อม ไม่มีสวัสดิการสังคม ไม่มีแม้กระทั่งการให้ความรู้ใดๆ แก่ผู้หญิงที่ท้องโดยไม่พร้อม ทั้งที่ในความเป็นจริง ปัญหาของผู้หญิงมีมากมาย เด็กสาวอาจมีคำถามง่ายๆ ว่าจะเรียกร้องให้พ่อเด็กในท้องมารับผิดชอบอะไรได้บ้าง หรืออาจจะสงสัยว่าจะไปเอามารหัวขนนี้ออกได้ที่ไหน!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างที่เคยพูดเรื่องการทำแท้งไปแล้วในตอนก่อนๆ ประเด็นนี้เป็นประเด็น “หาเรื่อง” เป็นข้อถกเถียงระหว่างสิทธิของเจ้าของมดลูก กับสิทธิของชีวิตในมดลูกที่กำลังจะก่อกำเนิด ประเด็นนี้ถูกโต้ตีโดยนักสตรีนิยม ซูซาน แพชเชสกี้ ว่าความสัมพันธ์ของหญิงท้องกับตัวอ่อนในท้อง แท้จริงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงกับ “ส่วนหนึ่งของร่างกาย” ของตนเอง ไม่ใช่ความสัมพันธ์ของคนสองคน การนำกฎหมายอาชญากรรมที่เกี่ยวกับคนหนึ่งฆ่าอีกคนหนึ่งมาใช้กับผู้หญิงที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ จึงเป็นเรื่อง “ไร้สาระยิ่ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ายึดหลักการนี้ ก็เรียกได้ว่า การทำแท้งเป็นสิทธิของเจ้าของมดลูกอย่างแท้จริง ทว่า...อย่าลืมว่า มดลูกไม่เคยมีสิทธิเหนืออัณฑะ อันกำหนดกรอบเกณฑ์ของมาตรฐานสังคม ทฤษฎีแบบสตรีนิยมที่ของเจ๊แพชเชสกี้ จึงยังไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมทั่วไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนหญิงของฉันคนหนึ่ง พันธุ์ทิพย์ ธรรมโชโต--(ขอเอ่ยนาม เพราะเป็นการอ้างถึงแนวคิดของเธอ ไม่ต่างจากการอ้างถึงแพชเชสกี้) พูดเรื่องมดลูกไว้อย่างน่าสนใจ เธอบอกว่าพระเจ้าลำเอียงตั้งแต่แรกสร้างมนุษย์ (ประเด็นพระเจ้านี้สงสัยว่าจะต้องถกเถียงกันยาว เอาเป็นว่า หมายรวมถึงพระเจ้าทุกองค์ และรวมถึงธรรมชาติสร้างโลกตามทฤษฎีวิวัฒนาการด้วย) แน่จริง ทำไมไม่สร้างให้มีมดลูกกันทั้งสองเพศ อยู่ที่ว่าใครจะแจ๊กพ็อตเป็นฝ่ายท้อง เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว การข่มขืนคงไม่เกิด เพราะเผื่อไอ้ฝ่ายผู้ข่มขืนมันท้องขึ้นมา มันจะเดือดร้อน ดูๆ ว่า คุณพันธุ์ทิพย์ เธอก็เข้าประเภทเฟมินิสต์กับเขาเหมือนกัน วิธีคิดของเธอก็คล้ายๆ กับที่นักสตรีนิยมมักกล่าวถึงตำนานพระเจ้า ที่กล่าวว่าผู้หญิงกำเนิดมาจากซี่โครงข้างขวาของผู้ชาย เป็นเรื่องลำเอียงพอๆ กันทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเด็นของคุณพันธุ์ทิพย์กล่าวโทษไปถึงเรื่องที่มักถูกอ้างว่าเป็นธรรมชาติ นั่นคือ มดลูก การสร้างมดลูกที่จำเพาะเจาะจงเพียงเพศเมียเท่านั้น นำมาซึ่งภาระใหญ่หลวงของความเป็นแม่ ในขณะที่ประเด็นเรื่องเล่าแห่งพระเจ้า(กับซี่โครงข้างขวา) เป็นการตอกย้ำภาพรวมของโลก นั่นคือมุมมองแบบชายเป็นใหญ่ที่ครอบคลุมเรื่องเล่าทุกเรื่องในโลกใบนี้ โดยใช้ธรรมชาติเป็นเครื่องมือ--เป็นเหตุผลว่าทำไมทฤษฎีแบบสตรีนิยมจึงได้รับการตอบรับน้อยเหลือเกิน โดยเฉพาะในประเทศไทย--เพราะเหล่าผู้หญิงเติบโตและถูกหล่อหลอมมากับเรื่องเล่าแบบชายเป็นใหญ่ ฝ่ายหญิงย่อมเป็นรอง และไม่มีทางโต้แย้งได้เลย พื้นที่ของเพศหญิงก็คือทำหน้าที่แบบผู้หญิงๆ ของพวกเธอให้ดีพอ เช่น จงสวย ขาว อวบ อึ๋ม ให้เต็มที่ จงเป็นนักการเมืองสวยเก่งดูดี จงเป็นแม่พระของผู้หญิงตกยาก จงช่วยเหลือสังคม โดยสรุปก็คือ จงเล่นบทบาทตัวประกอบของพวกหล่อนให้ดีที่สุด ในขณะที่ผู้หญิงหัวแข็งจะกลายเป็นพวก “ไม่รู้จักบทบาทและสถานะของตน” ไปในทันที ดังนั้นแล้ว..การเรียกร้องสิทธิให้โสเภณีจึงกลับไม่ได้รับการร่วมมือจากผู้หญิงคุณนางคุณนายหลายกลุ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในขณะที่บางคนท้องโดยไม่ต้องการ ก็มีผู้หญิงบางคนไม่ต้องการท้อง เธอไม่ต้องการใช้มดลูกของเธอเพื่อสืบพันธุ์ (เพียงแต่อาจใช้เพื่ออย่างอื่นบ้าง--แต่ไม่ต้องการสืบพันธุ์-เข้าใจมั้ย) หล่อนจะกลายเป็นหญิงผิดปกติทันที่ คนอะไรไม่อยากมีลูก เพราะสังคมตั้งกรอบเกณฑ์ความเป็นแม่ไว้ชัดเจน สังคมไม่มีเรื่องเล่าที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเป็นแม่ นอกจากเรื่องประเภท-สาวทึนทึก ขึ้นคาน ขายไม่ออก เท่านั้นยังไม่พอ หากผู้หญิงแต่งงานไม่มีลูกก็อาจกลายเป็นความผิดของชีวิตได้ โทษฐานไร้ประสิทธิภาพในการสืบทายาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะเห็นได้ว่าการเป็นฝ่ายครอบครอบมดลูก นำมาซึ่งภาระมากมาย ในขณะที่เรื่องเล่าของผู้ชายก็ยิ่งตอกย้ำความต่ำกว่าด้อยค่าของมดลูก ที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือ ผู้ครอบครองมดลูกด้วยกันเอง ดันไม่อยู่ข้างมดลูกเสียนี่!!&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-392574583505972167?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/392574583505972167/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=392574583505972167&amp;isPopup=true' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/392574583505972167'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/392574583505972167'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2006/12/reproductive-rights.html' title='มดลูกของเราหรือมดลูกของใคร กับสิ่งที่เรียกว่า สิทธิแห่งการสืบพันธุ์ (Reproductive Rights)'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/RYELIF0pLKI/AAAAAAAAAA0/OERWklj-35o/s72-c/p008.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-134417486341460407</id><published>2006-12-03T19:31:00.000-08:00</published><updated>2006-12-05T00:21:27.418-08:00</updated><title type='text'>เรื่องของมดลูก</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/RXUrhcu4FdI/AAAAAAAAAAM/mgzapP0tok0/s1600-h/001.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5004954414540658130" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/RXUrhcu4FdI/AAAAAAAAAAM/mgzapP0tok0/s320/001.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;เรื่องของมดลูก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามา ฉันมีอันต้องพบกับประสบการณ์แบบเพศหญิง ที่แน่นอนว่าเพศชายไม่มีวันรับรู้ความรู้สึกแบบผู้หญิงอย่างนี้ได้ นั่นคือ เรื่องของมดลูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มดลูก เป็นลัญลักษณ์แสดงเพศหญิง เป็นสิ่งติดตัวแต่กำเนิด เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงต้องมีประจำเดือน และนำไปสู่การความเป็นแม่อย่างแท้จริง นักสตรีนิยมมักหยิบยกเรื่องประสบการณ์แบบมดลูกๆ ทั้งหลายมาเป็นข้ออ้างว่า เป็นประสบการณ์หญิงแท้ ที่เพศชายไม่มีวันเข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วฉันก็ขออ้างเรื่องแบบสตรีนิย้ม-นิยม กับเขาบ้าง ในแง่ของประสบการณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาการปวดท้องประจำเดือน เป็นประสบการณ์หนึ่งที่ฉันมีเป็นประจำ ตั้งแต่เป็นเด็กสาวจนกระทั่งเริ่มแก่ก็ยังปวดท้องสม่ำเสมอ และคนใกล้ตัว (ผู้ชาย..แน่นอน) ก็มักทำหน้างงๆ แบบไม่เชื่อว่าคนอะไรมันจะปวดท้องกันขนาดนั้น กะอีแค่มีเม็นส์ บางครั้งฉันก็สังเกตเห็นแววตาจับผิดเสียด้วย ประมาณว่า ฉันกำลังมารยาสาไถย แกล้งเจ็บออดๆ แอดๆ จะได้ไม่ต้องทำงานหนัก ฉันขอประกาศไว้เลยว่า ใครไม่ปวดท้องเม็นส์ ไม่รู้หรอกว่ามันปวดขนาดไหน ไม่ปวดเปล่า ยังหนักๆ ถ่วงๆ บีบๆ บางครั้งแถมด้วยอาการท้องเสียไม่รู้สาเหตุ แสนจะทรมาน ที่เยิ่นเย้อมาทั้งหมดนี่ เพื่อจะบอกว่า แล้ววันหนึ่ง วันนั้นของเดือน ฉันก็ปวดๆๆ อย่างปกติ ปวดตั้งแต่กลางคืนยันเช้า ทีนี้ตอนสายๆ มันชักไม่เข้าท่า เพราะมันปวดมากกว่าที่เคยปวดมาตลอดชีวิต น้ำหูน้ำตาไหลพราก ยืนไม่ไหวเลยทีเดียว อาการนอกจากที่เล่ามา ก็มีปวดแบบวาบหาย วาบหาย เหมือนมีอะไรมาบิดท้องอย่างนั้นเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนในที่สุด คนใกล้ตัว (คนเดิม) ก็บึ่งรถพาฉันไปโรงพยาบาล ฉันบอกพยาบาลว่าปวดท้องไม่รู้สาเหตุ (คือตอนนั้นปวดมากจนลืมบอกว่าปวดท้องเม็นส์) พยาบาลส่งตรงไปที่หมออายุรกรรมผู้เชี่ยวชาญด้านกระเพาะอาหาร ก็ไม่รู้ปวดอะไรนี่หว่า คนไข้มันก็พูดไม่ออก นั่งหน้าเขียวอย่างเดียว รอคิวพักใหญ่ ก็ถึงมือหมอ หมอไม่ทำอะไร เอามือกดๆ สองสามที เราก็พยายามอธิบายว่าสงสัยเป็นเพราะประจำเดือน หรือเพราะอาหารเป็นพิษ (ใจคิดไปถึงหอยแครงที่สวาปามไปเมื่อสองวันก่อน) หมอไม่ว่าอะไร ส่งไปเอ็กซ์เรย์ และตรวจอุลตร้าซาวนด์ บอกว่าเดี๋ยวผลออกมาแล้วค่อยคุยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันถูกเข็นไปห้องเอ็กซ์เรย์ ก่อนจะเอ็กซ์เรย์ ก็ต้องเอ๊กซ์ก่อน คือถอดเสื้อผ้าทุกชิ้น เปลี่ยนเป็นเสื้อคลุมของโรงพยาบาล เอ็กซ์ฯอยู่สองรอบ เพราะฟิล์มไม่ชัด แล้วก็ถูกส่งไปอุลตร้าซาวนด์ หมออุลตร้าซาวนด์ (คนละคนกับหมออายุรกรรม) เอาเครื่องมือวนๆ อยู่ที่หน้าท้อง แล้วก็ร้องอ๋อเสียงดัง ทำนองว่าเจอแล้วๆ (มีความสุขมากที่หาเจอ) คุณปวดทุกเดือนนี่คะ (หมอผู้ชายนะคะ แต่พูดคะ-ขากับคนไข้ น่ารักเสียไม่มี) ช็อกกาแล็ตนี่ไง ปวดข้างขวามากกว่าข้างซ้ายใช่มั้ย (ถามฉัน) นี่ นี่ แล้วก็มีเล็กๆ อยู่ด้วย ไม่เป็นไร ช็อกกาแล็ตเล็กน้อยเป็นเรื่องธรรมดา ว่าแล้วก็จบการอุลตร้าซาวนด์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สารภาพตามตรง ตอนหมอบอกว่าช็อกกาแล็ต ฉันยังไม่รู้เรื่องเลยว่ามันคืออะไร แต่ฟังจากน้ำเสียงของหมอคล้ายว่าจะไม่เป็นไรเท่าไหร่ กลับไปหาหมออายุรกรรมคนเดิม หมอดูผลตรวจทั้งมวลแล้วก็ตกลงส่งฉันต่อไปยังหมอสูตินรีเวช ตอนนั้นเองฉันก็เริ่มหนาว หนาวสั่นจริงๆ ไม่ใช่หนาวกลัว หมอสูฯ ถามย้ำอยู่สองสามคำถาม คือ คุมกำเนิดยังไง (ตอบว่าไม่ได้คุม) เคยทำแท้งหรือเปล่า (อันนี้ย้ำมาก ตอบว่าไม่เคย ก็ถามย้ำอีก หน้าตาท่าทางต้องเหมือนแน่ๆ เลย) และมีไข้หรือเปล่า (อันนี้ในที่สุดปรอทวัดไข้ก็ตอบว่า 38 องศา) หมอจับตรวจภายใน (ขอบอกว่ากลัวชะมัด) สรุปว่าฉันเป็นซีสต์ที่ปีกมดลูก ขนาดไม่ใหญ่ แต่ต้องดูอาการ ในที่สุดฉันก็ถูกจับนอนโรงพยาบาล โดยมีเสียงของหมอสูฯ ดังก้องในหัวว่า ถ้าคุณอักเสบมากต้องผ่าตัด เรื่องใหญ่นะคุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันถูกจับอดอาหารและน้ำ ถูกฉีดยา ถูกตรวจเลือด และถูกตรวจร่างกาย (จำพวกวัดไข้ วัดความดัน) ทุก 1 ชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันต่อมาคุณหมอสูฯ ก็มาพร้อมข่าวดี คุณเป็นซีสต์นั่นล่ะ ผลเลือดออกมาว่ามีอาการอักเสบ และคุณจะต้องผ่าตัดตอน 10 โมงเช้า ข่าวดีมากๆ ด้วยไม่ต้องเตรียมตัวอะไรอีกแล้ว ได้แต่เตรียมใจ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่เข้ามาเอาเอกสารยินยอมและเอกสารประกันให้เซ็น ทั้งยังมีหมอสาวหน้าตาน่ารักมากอีกคนเข้ามาแนะนำตัวว่าเป็นวิสัญญีแพทย์ (หมอวางยา) จะเป็นคนวางยาฉันในการผ่าตัด หมอเข้ามาพูดคุยเป็นการผ่อนคลาย สร้างความมั่นใจ ซึ่งฉันก็เห็นว่าฉันไม่ถึงกับเครียด เพียงแต่มันรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใกล้เวลาสิบโมงเช้า พยาบาลเข้ามาเตรียมร่างกายของฉันให้พร้อมรับการผ่าตัด เปลี่ยนชุดเป็นชุดสีเขียว และที่สำคัญที่สุดคือการบวชชีน้องสาวนั่นล่ะ ฉันคิดว่าคนเป็นพยาบาลนี่ช่างเป็นอาชีพที่น่าสงสารเป็นที่สุด ต้องมาทำอะไรแปลกๆ ให้คนไข้อย่างเราๆ ทำทุกอย่างกับร่างกายของคนที่ตัวไม่รู้จักอะไรแม้แต่น้อย และทำอย่างเป็นธรรมดาที่สุด จนฉันไม่รู้ว่าจะเขินอายไปทำไม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บุรุษพยาบาลเข็นเตียงเข้ามา เป็นเตียงเตรียมเข้าห้องผ่าตัด ใจฉันเต้นแปลกๆ บอกไม่ถูกว่าอารมณ์ไหน พอเข้าไปห้องรอผ่าตัด ฉันก็ต้องเปลี่ยนเตียง เสียบเครื่องมืออะไรไม่รู้ไว้ที่หัวแม่มือ ความรู้สึกสุดท้ายก็คือ รู้สึกหนาวมากจนสั่นไปทั้งตัว ได้ยินเสียงพูดว่า คนไข้สั่น คนไข้สั่น จากนั้นก็วูบสนิท ไม่ฝัน ไม่มีนิมิตอะไรทั้งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลืมตามาอีกทีเห็นนาฬิกาที่ผนัง เพ่งมองเข็มตั้งนานกว่าจะเห็นว่าเวลาบ่ายสอง นับเวลาในใจว่า เอ้อ ผ่าตอนสิบโมง งั้นตอนนี้ก็ผ่าเสร็จแล้วสิ เฮ้…มันผ่านไปแล้ว พอฟื้นขึ้นไม่นาน บรุษพยาบาลก็เข็นพากลับห้อง อาการตอนนั้นออกจะลอยๆ รู้สึกตัวเต็มที่เมื่อถึงห้องแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รุ่งเช้า หมอสูฯ จึงได้เข้ามาพาฉัน พร้อมรูปถ่ายชิ้นซีสต์ 2 ชิ้น จากปีกมดลูกซ้ายและขวา และก้อนอะไรอีก 1 ชิ้น หมอบอกว่าซีสต์แตก ทำให้เกิดการอักเสบและเลือดออกในช่องท้อง หมอตัดซีสต์และตัดพังผืดออก รวมทั้งไส้ติ่งอีก 1 อัน เนื่องจากการอักเสบในช่องท้องพลอยทำให้ไส้ติ่งอักเสบไปด้วย พอหมอถามว่ามีอะไรจะถามมั้ย ฉันก็ไม่รู้จะถามอะไร เก็บไว้คิดดูก่อนค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันนอนโรงพยาบาลทั้งหมด 5 วัน เบื่อแสนเบื่อ และเมื่อกลับมาบ้านก็สำเหนียกขึ้นมากว่า ฉันก็มีประสบการณ์แบบเพศหญิงกับเขาเหมือนกัน และเรื่องของมดลูกนี่ พูดกันได้ยาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวหน้าฉันจะถกเถียงเรื่องนี้ (กับตัวเอง) เสียหน่อย!&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-134417486341460407?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/134417486341460407/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=134417486341460407&amp;isPopup=true' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/134417486341460407'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/134417486341460407'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2006/12/blog-post_03.html' title='เรื่องของมดลูก'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/RXUrhcu4FdI/AAAAAAAAAAM/mgzapP0tok0/s72-c/001.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-3722139675299784163</id><published>2006-12-01T10:48:00.000-08:00</published><updated>2006-12-01T11:03:19.898-08:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/x/blogger2/5418/1122748439421604/1600/954050/P1140580.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://photos1.blogger.com/x/blogger2/5418/1122748439421604/320/861190/P1140580.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6633ff;"&gt;นักเขียนไทย กับนักเขียนเกาหลี กับบทบาทของวรรณกรรมในสังคม&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ณ มหาวิทยาลัยบูรพา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มหาวิทยาลัยบูรพาจัดงานแลกเปลี่ยนข้อเสนอทางวิชาการของนักเขียนไทยกับนักเขียนเกาหลี ในเรื่องบทบาทของวรรณกรรมในสังคม ภายใต้ชื่อโครงการวัฒนธรรมแลกเปลี่ยน ไทย-เกาหลี&lt;br /&gt;งานนี้ถือเป็นงานวิชาการระดับประเทศที่น่าสนใจมาก มีศิลปินเกาหลีกลุ่มเครือข่ายวัฒนธรรมเอเชีย เข้าร่วมงานกว่า 20 คน ฝ่ายเจ้าภาพไทย มีนักเขียน กวี นักข่าว บรรณาธิการ ศิลปิน เข้าร่วมงานไม่แพ้กัน เช่น ปิยะพร ศักดิ์เกษม, ประชาคม ลุนาชัย, พินิจ นิลรัตน์, วาสนา ชูรัตน์, นฤมิตร สอดสุข และ ชมัยภร แสงกระจ่าง&lt;br /&gt;งานสัมมนานี้นำเสนอบทความวิชาการบนเวทีผ่านล่ามสาวน่ารัก ปาร์ค คยุง อัน (Park Kyung Eun) สาวเกาหลีที่มาเรียนปริญญาโท ภาษาไทยที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร) ปัจจุบันมีผลงานแปลวรรณกรรมเกาหลีเป็นภาษาไทยแล้ว 2 เล่ม&lt;br /&gt;นักวิชาการเกาหลี เช ดู ซ็อก เริ่มต้นเสนอบทวิชาการเรื่อง การพรรณนาความรู้สึกแบบตะวันออกในกวีนิพนธ์เกาหลี โดยยกตัวอย่างกวีนิพนธ์ของ คิม ซู ยอง เรื่อง หิมะ ที่มีการบรรยายที่น่าสนใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;หิมะ ///&lt;br /&gt;โดย คิม ซู ยอง&lt;br /&gt;หิมะยังมีชีวิตอยู่&lt;br /&gt;หิมะที่ร่วงลงมายังมีชีวิตอยู่&lt;br /&gt;หิมะที่ร่วงลงมายังสวนหน้าบ้านมีชีวิตอยู่&lt;br /&gt;ไอกันเถอะ&lt;br /&gt;กวีรุ่นใหม่ ไอกันเถอะ&lt;br /&gt;ไอให้หิมะดูอย่างสะใจ และสะใจ&lt;br /&gt;หิมะยังมีชีวิตอยู่&lt;br /&gt;เพื่อวิญญาณและร่างกายที่สมควรตายไปแล้ว&lt;br /&gt;หิมะยังมีชีวิตจนเช้าตรู่&lt;br /&gt;ไอกันเถอะ&lt;br /&gt;กวีรุ่นใหม่ ไอกันเถอะ&lt;br /&gt;ไอโดยมองหิมะ&lt;br /&gt;ถุยเสมหะที่ติดอยู่ในอกให้ออกมาอย่างสะใจเลย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช ดู ซ็อก อธิบายว่า เรื่องหิมะนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความตาย เพราะในความเป็นจริง หิมะที่ร่วงลงมาจากท้องฟ้า จะตายไปในทันที่ที่ถูกแสงแดด แต่เมื่อคิดว่าความตายมีชีวิต ชีวิตก็มีชีวิต&lt;br /&gt;ส่วนบทกวีอีกบทที่ยกมา เป็นของ ซิง ตงหยอบ เรื่อง เปลือกจงหายไป&lt;br /&gt;ในบทกวีบทนี้ กล่าวถึงเปลือก ภูเขาอัลลาและภูเขาเพ็กดู เดือนเมษายน เช ดู ซ็อก อธิบายว่า บทกวีนี้เป็นบทกวีการเมือง ที่กล่าวถึงการสืบสานอุดมการณ์ของคนเกาหลี โดยเริ่มจากเหตุการณ์ณ์วันธงหัก ของเกาหลี ซึ่งเป็นวันที่ชาวเกาหลีลุกฮือขึ้นต่อต้านการปกครองของญี่ปุ่น การกล่าวถึงสังคมเกษตรกรี่ปฏิวัติรางวงศ์กษัตรย์เกาหลี การต่อต้านตะวันตก ส่วนการปฏิรูปเดือนเมษายน นั้นเป็นเหตุการณ์ณ์นักศึกษาต่อต้านอำนาจทหาร คล้ายกับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม ของไทย บทกวีบทนี้เรียกร้องให้ชาวเกาหลีคงไว้ซึ่งความกระตือรือร้นอันบริสุทธิ์ในอุดมการณ์ณ์แห่งประชาชน กวีเชื่อมโยงเหตุการณ์ณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของชาติเกาหลีเข้าในบทกวีบทเดียว และแสดงความมุ่งหวังถึงการสืบทอดเจนารมย์อันล้ำค่า เพื่อสร้างสังคมที่ดี&lt;br /&gt;เช ดู ซ็อก กล่าวว่า กวีของเกาหลีนั้น “หายใจไปพร้อมกับผู้อ่าน” นั่นคือ ทำงานเพื่อประชาชน นอกจากนี้ เช ดู ซ็อก ยังเล่าให้ฟังด้วยว่า ความนิยมกวีนิพนธืในเกาหลีมีมากพอสมควร มีกลุ่มผู้อ่านที่เหนียวแน่น และแพร่หลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากอาจารย์ คิม ดู ซ็อก ก็มาเป็นการเสนอหัวข้อสัมมนา เรื่อง สภาพความเป็นจริงของศิลปะเกาหลี และความคับข้องใจของนักแสดง เสนอโดย คิม ชี ซุก นักแสดงชื่อดังของเกาหลี ซึ่งอยู่ในวงการการแสดงมานานกว่า 30 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยที่อาชีพนักแสดงยังเป็นอาชีพที่ถูกดูถูก และผู้หญิงที่เป็นนักแสดงก็จะไม่มีทางมีสามี เพราะเป็นอาชีพที่ไม่ได้รับการยอมรับในสังคม&lt;br /&gt;คิม ชี ซุก เล่าให้ฟังถึง “อุตสากรรมวัฒนธรรม” ของเกาหลี นโยบายสำคัญของรัฐบาลเกาหลีคือการส่งออกวัฒนธรรม เช่น ภาพยนตร์ และ เกมคอมพิวเตอร์ โดย คิม ชี ซุก ยกคณะบัลเลย์บอลซอย ของรัสเซียมาเปรียบเทียบว่า การส่งออกทางวัมนธรรมเช่นนั้น ก็มีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้อุตสาหกรรมอื่นๆ และสร้างรายได้ได้ไม่ต่างกัน ทว่า ในความเป็นจริงแล้ว ท่ามกลางความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมวัฒนธรรม คิม ชี ซุก เสนอว่า ปัญหาสำคัญของประชาชนในประเทศคือการเข้าถึงความเป็นศิลปะที่แท้จริง และเรียกร้องว่าต้องการให้ประชาชนหันมาสนใจนักเขียน นักแสดง และศิลปิน ในฐานะผู้สร้างงานศิลปะ เพราะศิลปะนั้นมีความสำคัญมีพลงทางวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่เพราะมีมูลค่าเพิ่มจากอุตสาหกรรม ประเด็นสำคัญคือ ต้องรู้คุณค่าของศิลปะเสียก่อนสิ่งอื่นใด&lt;br /&gt;ภาคบ่าย ปาร์ค ซู เอียน ขยายภาพของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมเกาหลีให้ชัดเจนขึ้น โดยแบ่งตามลักษณะภาพของวรรณกรรม โดยนับจากหลังได้รับเอกราชจากญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากขึ้น อำนาจตะวันตกเริ่มเข้ามาในปลายคตวรรษที่ 19 เอเชียต้องเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษกิจ สังคม วัฒนธรรม แต่ในความนิยมยุโรปมิได้หมายความว่านักเขียนยุคใหม่ไม่มีพลังสร้างวรรณกรรมเกาหลีแท้ๆ&lt;br /&gt;ช่วง ค.ศ. 1900-1910 วรรณกรรมเกาหลีจะเน้นนวนิยายประวัติศาสตร์ รักชาติ&lt;br /&gt;ช่วง 1910 วรรณกรรมอยู่ตัว เป็นรากฐานของเกาหลี เป็นสมัยที่คนเกาหลีไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นกันมาก และได้รับรูปแบบและเนื้อหามาจากญี่ปุ่น&lt;br /&gt;ช่วง 1920 ก่อนปี ค.ศ. 1920 มีเหตุการณ์ณ์รณรงค์เรียกร้องเอกราชจากญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1919 ประชาชนต่อสู้กับอำนาจของญี่ปุ่น ในวันที่ 1 มีนาคม มีคนตายมากมาย และเหตุการณ์นี้ทำให้ญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายการปกครองเกาหลี&lt;br /&gt;ช่วง 1920 วรรณกรรมแสดงความรักชาติมากขึ้น กล่าวถึงประวัติศาสตร์ และบุคคลในทุนนิยม แนวทางการเขียนแบบตะวันตกแพร่เข้ามามากขึ้น ทำให้เกิดพันธมิตรทางวรรณกรรมของซูซอน กลุ่ม Politalia นักเขียนเรียกร้องเอกราชผ่านวรรณกรรม และก็มีกลุ่มวรรณกรรมบริสุทธิ์ที่ปฏิเสธจะเข้าร่วมกับพันธมิตร เป็นยุคที่วรรณกรรมเริ่มปฏิเสธตะวันตก&lt;br /&gt;ช่วง 1930 ญี่ปุ่นกลับปกครองเกาหลีอย่างเข้มงวดขึ้น เคร่งครัดกว่าเดิม ทั้งเข้าไปปกครองแมนจูเลีย ทำให้ Politalia สลายตัว ตอนนั้นญี่ปุ่นเป็นฟาสซิสต์สมบูรณ์แบบ และบังคับให้นักเขียนเกาหลีเขียนสรรเสริญอำนาจของญี่ปุ่น ซึ่งนักเขียนหลายปฏิเสธ และต้องลี้ภัยทางการเมืองไปต่างประเทศ&lt;br /&gt;ช่วง 1950-1960 คนที่ปฏิเสธรัฐบาลต้องหลบซ่อนใต้ดิน เป็นช่วงวรรณกรรมไม่ค่อยพัฒนา&lt;br /&gt;ปี ค.ศ. 1960 เกิดเหตุการณ์ 19 เมษายน นักศึกษาเรียกร้องประชาธิปไตย ทว่าเพียง 1 ปี ใน ค.ศ. 1961 ประเทศก็กลับไปอยู่ใต้การปกครองของทหารต่อไป (เหมือนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ของไทย) รัฐบาลห้ามนักเขียนเขียนเรื่องที่ต่อต้านรัฐบาล เป็นช่วงที่นักเขียนไม่มีที่ยืนในสังคม&lt;br /&gt;หลัง ค.ศ. 1979 หลังเหตุการณ์ณ์ประธานาธิบดีถูกสังหาร เกิดงานที่ต่อต้านรัฐบาลมาก วรรณกรรมปฏิเสธการเมืองทุนนิยม และให้ความสำคัญกับเรื่องชนชั้นให้ความสำคัญกับชนชั้นกรรมกร เกิดนักเขียนกรรมกร หรือนักเขียนเพื่อสังคม หลังจากรัสเซียล่มสลาย เกาหลีก็เริ่มสูญเสียความคิดที่เคยมี&lt;br /&gt;นักเขียนรุ่นใหม่ ใช้คำสละสลวย แต่ทว่าความหมายทางการเมืองและประวัติศาสตร์หายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับข้อเสนอของวรรณกรรมไทย นำเสนอโดย ชมัยภร แสงกระจ่าง นักเขียน นักวิจารณ์ ของไทย ที่ทำงานด้านวรรณกรรมมายาวนาน อาจารย์ชมัยภร กล่าวถึงลักษณะเฉพาะของวรรณกรรมไทย ดังนี้&lt;br /&gt;1. สังคมไทยมีความกดดันน้อยกว่าเกาหลี สังคมไทยมีลักษณะไม่ชอบความขัดแย้ง ไม่ชอบเห็นความขัดแย้ง&lt;br /&gt;2. สืบเนื่องจากพื้นฐานทางสังคมของไทย ที่คนไทยนิยมการร้องรำทำเพลง ชอบมหรสพ ชอบการแสดง วรรณกรรมไทยจึงมักเน้นเรื่องบันเทิง ชอบเรื่องแบบสมหวังตอนจบ ชอบความสุข&lt;br /&gt;3. คนไทย ผู้เสพงานวรรณกรรมไทย แยกความจริงออกจากความลวง กล่าวคือแยกวรรณกรรมของจากชีวิต ดังนั้น วรรณกรรมจึงไม่ส่งผลต่อการกระทำ&lt;br /&gt;4. คนไทยไม่ปฏิเสธวัฒนธรรม เป็นลักษณะรวมวัฒนธรรม จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไทย&lt;br /&gt;สถานภาพของวรรณกรรมไทย มีดังนี้&lt;br /&gt;1. คงสถานภาพความเป็นงานศิลปะ จรรโลงจิตใจของคนในสังคม&lt;br /&gt;2. เป็นเครื่องมือทางการศึกษา&lt;br /&gt;3. เป็นเครื่องมือให้ความบันเทิงใจ&lt;br /&gt;4. เป็นเครื่องมือบันทึกสภาพสังคม&lt;br /&gt;5. เป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิต&lt;br /&gt;6. เป็นเครื่องมือสนองความทันสมัย&lt;br /&gt;7. เป็นเครื่องมือทางการเมือง รับใช้การเผยแพร่อุดมการณ์ทางการเมืองของทุกฝ่าย อยู่ที่ฝ่ายใดจะนำไปใช้อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้นเป็นข้อวิจารณ์ของอาจารย์นฤมิตร สอดสุข และนักวิจารณืเกาหลี&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม นักเขียนเกาหลีก็กล่าวถึงงเรื่องรัก ที่เข้ามาแพร่หลายในสังคมการอ่านของไทยว่า ไม่ใช่สิ่งที่น่าดีใจนัก เพราะเหล่านั้นไม่ใช่วรรณกรรมที่มีพลัง นักเขียนเกาหลีคิดว่างานที่ดีต้องมีพลังทางอุดมการณ์ณืมากกว่า&lt;br /&gt;การสัมมนาจบลง ด้วยความชื่นมื่น และเข้าใจในวัฒนธรรมวรรณกรรมที่มีทั้งความต่างและความเหมือน&lt;br /&gt;ถึงอย่างไร เราก็อยากให้คนอ่านหนังสือมากๆ และมีวิจารณญาณส่วนตัวในการพิจารณาคุ๋นค่าของวรรณกรรม ไม่ใช่อ่านตามที่เขาโฆษณา หรืออ่านเรื่องสอดรู้ของดาราบางคน เรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ทำเป็นเรื่องให้คนอยากอ่าน &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-3722139675299784163?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/3722139675299784163/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=3722139675299784163&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/3722139675299784163'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/3722139675299784163'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2006/12/20-park-kyung-eun-2-14-30-19.html' title=''/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-330427903371234567</id><published>2006-12-01T08:51:00.000-08:00</published><updated>2006-12-01T11:04:26.507-08:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>&lt;span style="color:#cc66cc;"&gt;&lt;strong&gt;โฆษณาเหยียดหญิง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น่าจะเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ในโฆษณาโทรทัศน์นั้น เป็นสุดยอดแห่งการนำผู้หญิงมาทำให้ “ดูทุเรศ” สร้างภาพลวงสร้างค่านิยมความสวย ขาว อวบ ก็เรื่องหนึ่ง ค่านิยมเรื่องตัวหอมล่อผู้ชายก็เรื่องหนึ่ง ไหนจะเรื่องมีผมสวยเซ็กซี่ ล่อผู้ชาย ให้มาลูบไล้ อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องน่าสมเพชที่กลายเป็นที่ยอมรับจนเป็นเรื่องปกติ และผู้หญิงเราก็ดำรงอยู่ในกรอบปัญญาอ่อนแบบนี้มาตราบนานเท่านานจนรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา&lt;br /&gt;แต่มีโฆษณาอีกประเภท ที่ทุเรศยิ่งกว่า&lt;br /&gt;นั่นคือ โฆษณาจำพวกส่อเซ็กส์&lt;br /&gt;ยกตัวอย่าง ก๊อกน้ำทองเหลือง ที่มีน้อง “หนิม” หรือสนิม นมโต นอนอยู่ในอ่างอาบน้ำ ไม่รู้พวกครีเอถีบ (ขอใช้ ถีบ เถอะ พวกคนเก่งทั้งหลาย) มันคิดอะไรอยู่ ก๊อกน้ำกับน้องหนิมนมโตเนี่ยนะ!!~ ส่อความคิดยั่วยวนทางเพศ โดยจงใจ ทว่ากลับเคลือบลวงด้วยมุกตลกหน้าด้านๆ ปัญญานิ่ม เพื่อที่จะพยายามบอกว่าโฆษณาของฉันไม่ได้โป๊นะ นี่มันยิ่งกว่าการแสดงความโป๊แบบโต้งๆ ด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;อีกโฆษณา หลอดไฟ คนขายนมหก นั่นก็มาอีหรอบเดียวกัน&lt;br /&gt;หากมองแบบวิเคราะห์สัญญะ อาจจะมองได้ว่า ไอ้หลอดไฟ กับก๊อกน้ำ คือตัวแทนของเพศชาย ทั้งรูปร่างหน้าตา ความสำคัญ คือ เป็นที่เปล่งแสงสว่าง และปล่อยน้ำออกมาได้ ไม่ต่างจากองคชาติ อันสามารถเปล่งร่างให้สว่างใหญ่และปล่อยน้ำได้ คนคิดโฆษณาจึงรู้สึกว่า วัตถุทั้งสองนี้ ส่อนัยยะแสดงความสำคัญของเพศชาย และจำเพาะเจาะจงว่า ผู้หญิงนมโตเท่านั้นจึงจะคู่ควรกับการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้าทั้งสองชนิด&lt;br /&gt;โฆษณาล่าสุดที่สมควรด่า&lt;br /&gt;เสื้อสุภาพบุรุษ กับแม่บ้านเซ็กส์จัด&lt;br /&gt;สินค้าคือเสื้อรีดง่าย ประหยัดไฟ ช่วยให้แม่บ้านคนสวย ได้ประหยัดเวลารีดผ้า มองภาพแรกคือ โฆษณานี้จำลองบทบาททางเพศของหญิงชาย นั่นคือ ผู้ชาย คู่ควรกับสินค้านวัตกรรมใหม่ ผู้ชายไม่ต้องทำงานบ้านรีดผ้า ในขณะที่ผู้หญิงคือผู้รับหน้าที่รีดผ้า&lt;br /&gt;ประเด็นสืบเนื่องต่อมาคือ เพศชายมี “บุญคุณ” กับเพศหญิงเป็นอย่างยิ่ง เมื่อใช้สินค้าชนิดนี้เพื่อช่วยผ่อนแรงผู้หญิง ทำให้พวกหล่อนมีเวลาว่าง ลดการทำงานอันหนักหนาลง (โดยที่เพศชายไม่ต้องทำอะไร นอกจากใส่เสื้อชนิดนี้) และตบท้ายด้วยประเด็นที่ร้ายแรงมาก เมื่อ เพศหญิงยกมือขึ้นเพื่อปิดไฟ และเอ่ยออกมาว่า เวลาที่เหลือจะทำอะไรกันดี! ภาพที่ส่อก็คือ การปิดไฟและแสดงท่าทางโหยหาเพศรสขึ้นมาบัดดล!!&lt;br /&gt;เรื่องน่าทุเรศ ที่ครีเอถีบคิดได้ คือ เพศหญิงต้องรองรับทุกอารมณ์ ทุกการงาน และต้องทำตัวเป็นนางยั่วสวาท มีความต้องการทางเพศตลอดเวลา เหตุใดจึงต้องให้เพศหญิงเป็นฝ่ายชักชวนเพศชายด้วยการปิดไฟ ทั้งที่ในความเป็นจริง อาจจะเป็นผู้ชายก็ได้ที่ต้องการปิดไฟ (เสียตั้งแต่พวกหล่อนยังรีดผ้าไม่เสร็จด้วยซ้ำ)&lt;br /&gt;โฆษณานี้พยายามตอกย้ำความคิดแบบผู้ชายๆ ว่า ผู้หญิงเท่านั้นที่ต้องสนองผู้ชาย ทว่าถ้าเราบอกแบบนี้กับคนที่คิดโฆษณานี้ เขาก็จะตอบแบบไสหัวไปตามถนน ว่า ผู้หญิงในโฆษณาก็แค่จะปิดไฟนอน ก็ได้ ในประโยคต่างๆ ก็ไม่มีอะไรส่อเลยแม้แต่น้อย เขาก็คงจะด่ากลับว่าอีพวกเฟมินิสต์นี้ประสาทแดก หาเรื่อง&lt;br /&gt;แต่ขอบอกว่า ข้าพเจ้ามิได้เป็นเฟมินิสต์ แต่อย่างใด ข้าพเจ้าออกจะไปในทาง&lt;br /&gt;หญิงเหยียดหญิงเสียด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;แต่ข้าพเจ้าเชื่อในการชำแหละความคิดของมนุษย์ ว่ามันล้วนมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง บางครั้งข้าพเจ้าก็อาจก่นด่าผู้หญิงโง่ที่ทำตามสังคมโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าตัวเองกำลังเป็นเหยื่อของสังคม แต่บางครั้งข้าพเจ้าก็อาจจะชื่นชมผู้หญิงที่ออกมาแก้ผ้าถ่ายแบบโป๊ โดยไม่ต้องพึ่งพิงคำว่ายากจน หรือถูกบังคับ อยากถ่ายก็ถ่าย ถ่ายแล้วได้เงินก็ทำไป แต่อย่าทำโดยไร้สติ ทำแล้วก็ต้องยอมรับความจริงต่อสิ่งที่จะตามมา ไม่ว่าจะด่าหรือชม&lt;br /&gt;แต่สำหรับ “การโฆษณา” นั้น ข้าพเจ้าขอสารภาพว่า ข้าพเจ้ามิเคย “เชื่อ” มันเลยแม้แต่น้อย พวกเราอยู่ท่ามกลางการดูโฆษณาจนชาชิน และลืมที่จะโต้แย้งกับมันมานาน ลืมที่จะตั้งข้อสงสัยกับมัน จนกระทั่งทุกวันนี้ เศรษฐกิจและสังคมของเรากำลังขับเคลื่อนด้วยแรงโฆษณา เด็กในวันนี้จึงเติบโตมากับสิ่งจอมปลอม และคิดว่าชีวิตจอมปลอมนี้คือของจริง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-330427903371234567?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/330427903371234567/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=330427903371234567&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/330427903371234567'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/330427903371234567'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2006/12/blog-post.html' title=''/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9197555215741785386.post-4362255701620214697</id><published>2006-12-01T07:53:00.000-08:00</published><updated>2006-12-01T07:59:45.341-08:00</updated><title type='text'>midorikwa express</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/x/blogger2/5418/1122748439421604/1600/895694/P1170360.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://photos1.blogger.com/x/blogger2/5418/1122748439421604/320/582320/P1170360.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:trebuchet ms;color:#6666cc;"&gt;&lt;strong&gt;Hi fucking world, I'm fine!!!&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9197555215741785386-4362255701620214697?l=midorikwa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://midorikwa.blogspot.com/feeds/4362255701620214697/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9197555215741785386&amp;postID=4362255701620214697&amp;isPopup=true' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4362255701620214697'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9197555215741785386/posts/default/4362255701620214697'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://midorikwa.blogspot.com/2006/12/midorikwa-express.html' title='midorikwa express'/><author><name>midorikwa</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15815531613244567039</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://2.bp.blogspot.com/_926Yd8FlI1E/SWGenWKh3mI/AAAAAAAAAPs/sC9d_0lHwgE/S220/2988171303a4877724207l.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
